ชวนไปเดินเล่น ย้อนวันวานในงานสุดยิ่งใหญ่ฉลอง 101 ปี พระราชวังพญาไท The Glory of Siam ตื่นตาตื่นใจไปกับความสวยงามของสถาปัตยกรรมและการเล่าเรื่องราวในอดีตผ่านจัดแสดงตกแต่งในรูปแบบ Night Musuem ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากบทกวีสุดไพเราะ ที่เหมือนได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในยุคนั้นเลย เตรียมตัวให้พร้อมก่อนไป แนะนำให้ทำการซื้อบัตรเข้างานล่วงหน้า เพื่อเลี่ยงการต่อคิวซื้อบัตรที่หน้างานและลดระยะเวลาในการรอคิวได้เป็นอย่างดี โดยราคาบัตรเข้างานจะอยู่ที่ 200 บาท ซึ่งบัตรจะเป็นแบบ Open Date สามารถใช้เข้างานวันไหนก็ได้ โดยไม่ต้องระบุวันเข้างานล่วงหน้า 

รายละเอียดและระยะเวลาจัดงาน ฉลอง 101 ปี พระราชวังพญาไท

การจัดงาน 101 ปี พระราชวังพญาไท ได้จัดขึ้นในรูปแบบของ Night Musuem หรือพิพิธภัณฑ์กลางคืน เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยได้มีการใช้แสง สี เสียง และได้รับแรงบันดาลใจในการจัดตกแต่งจากบทกวีเอก “มัทนะพาธา” อันไพเราะและลึกซึ้ง ของรัชกาลที่ 6 และยังมีการถ่ายทอดเรื่องราว ผ่านการเทิดพระเกียรติพระราชกรณียกิจใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ในฐานะผู้ทรงริเริ่มให้มีการก่อสร้าง ‘พระตำหนักพญาไท’ หรือ วังพญาไท และ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ผู้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ยก  ‘พระตำหนักพญาไท’ ขึ้นเป็น พระราชวังพญาไท ในรัชสมัยของพระองค์ โดยในปีนี้ทางมูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไท (หรือชมรมคนรักวัง) ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ได้มีกำหนดจัดงานขึ้นในระหว่างวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 16 มีนาคม 2567 ซึ่งสามารถเข้าชมได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 18:00 – 21:30 น. นอกจากการตัดสินใจว่าจะไปวันไหนดีนั้น อีกหนึ่งอย่างที่ไม่ควรพลาดเลยคือการใส่ชุดไทย ไปเดินเล่นชมงานพร้อมถ่ายรูปสวยๆ เก็บไว้เป็นที่ระลึกกัน

กิจกรรมภายในงานแต่ละโซน

โซน 1: Architecture Lighting & Projection Mapping การฉายภาพแสงกับงานออกแบบภาพเคลื่อนไหวที่แสดงพระราชกรณียกิจใน รัชกาลที่ 5 เรียกได้ว่าเป็นโซนแรกที่เข้ามาภายในงานแล้วจะต้องเห็นทันที โดยจะมีการฉายภาพเคลื่อนไหวด้วยศิลปะร่วมสมัย ขึ้นไปยังผิวของสถาปัตยกรรม อาคารรูปโดม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ พระที่นั่งพิมานจักรี 

พระราชวังพญาไท

 

โซน 2: Architecture Lighting & Interior Lighting นิทรรศการจัดแสดงแสงไฟและดนตรี โซนนี้จัดขึ้นภายในพระที่นั่งเทวราชสภารมย์ ถัดจากตัวอาคารรูปโดมมาเพียงเล็กน้อย โดยจะมีการเปิดแสงไฟโทนสีต่างๆ พร้อมกับเสียงดนตรีบรรเลงบทเพลงอันไพเราะหลากหลายสลับกับไป เช่น เพลงขับไม้บัณเฑาะว์ เป็นต้น 

พระราชวังพญาไท

โซน 3: Project Mapping Night Museum รับแสงแห่งอุโมงค์ ตื่นตาไปกับไฟสุดระยิบระยับ ที่เปรียบเสมือนทางเข้าต้อนรับไปยังงานไฟอื่นๆ ภายใน โดยมีการจัดตกแต่งด้วยสายไฟประดับที่ทิ้งตัวลงมาจากเพดานของโถงทางเดินของพระที่นั่งพิมานจักรี พร้อมกับการใช้กระจกสะท้อนทั้งสองด้านของทางเดิน ซึ่งให้อารมณ์เหมือนกับการเดินอยู่ภายในอุโมงค์แห่งแสง

พระราชวังพญาไท

จุดแสดงถัดมาเมื่อเดินผ่านอุโมงค์แล้วนั้น ก็จะได้เข้ามาอยู่ภายในพระที่นั่งพิมานจักรี โดยจะเจอกับห้องธารกำนัล ที่เปิดให้ชมการตกแต่งและสถาปัตยกรรมภายใน พร้อมทั้งมีการจัดแสดงเทคนิค Projection Mapping ลงบนโต๊ะยาวที่จัดไว้กลางห้อง ซึ่งจะแสดงเรื่องราวที่ได้รับแรงบันดาลใจจากบทพระราชนิพนธ์ ในล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 หลากหลายบทกวี เช่น วิวาหพระสมุท, โคลงภาษิตนักรบโบราณ, โคลงสยามานุสสติ, โรเมโอและจูเลียตและเวนิสวานิช

พระราชวังพญาไท

โซน 4: Project Mapping & Lighting Installation พญามังกรเชิญวชิราวุธ สวนรื่นรักมัทนา เดินต่อมาเรื่อยจะพบกับทางเชื่อมระหว่างอาคารและทางออกเชื่อมไปยังสวนโรมัน โดยจะได้พบกับพญามังกรเชิญวชิราวุธ ซึ่งเป็นประติมากรรมนูนต่ำแบบเก่าแก่ ซึ่งเป็นดั่งสัญลักษณ์แทนปีนักษัตรมะโรง ปีเสด็จพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 โดยเฉพาะอย่างยิ่งมังกร 5 เล็บที่ใช้เป็นสัญลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ 

พระราชวังพญาไท

นอกจากนี้ในบริเวณสวนรื่นรักมัทนา ยังได้พบกับการแสดงจินตลีลาบนระเบียงของพระที่นั่ง ประกอบกับการใช้ Projection Mapping ซึ่งได้แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ภาพ Mapping จากบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เรื่องมัทนะพาธา ที่วรรณคดีสโมสรยกย่องให้เป็นยอดของบทละครพูดคำฉันท์ โดยมีจัดแสดงวันละ 5 รอบ คือเวลา 19.00 น. 19.30 น. 20.00 น. 20.30 น. และ 21.00 น. และยังมีการประดับดอกไม้ตกแต่งและไฟต่างๆ ในโซนนี้อีกมากมายให้ได้เดินชมความสวยงามกันได้แบบไม่มีเบื่อ

พระราชวังพญาไท

โซน 5: Lighting Installation & Mapping on the big giant tree with the glass screened แสงสิเนหา ณ แรกรัก ในโซนนี้จะได้เจอกับงานไฟหลากหลายรูปแบบนับกว่าพันดวง ไม่ว่าจะเป็นลานดอกบัว แสงสิเนหา ณ แรกรัก ที่ได้มีการใช้แสงไฟและดอกบัวที่ทำมือกว่าพันดอกมาจัดแสดง 

พระราชวังพญาไท

ภายในโซนเดียวกันยังมีการสาดแสงไฟเข้าสู่ต้นไม้ใหญ่ พร้อมกับรายล้อมไปด้วยก้าน Lighting LED สีเหลือง และการฉายภาพ วรรคทองบทพระราชนิพนธ์เรื่องมัทนะพาธาของในหลวงรัชกาลที่ 6

พระราชวังพญาไท

โซน 6: Lighting Installation พรหมพฤกษ์ตระการตา ปิดท้ายด้วยการรับพลังเมตตาจากท้าวหิรัญพนาสูร อสูรศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อกันว่าเป็นผู้พิทักษ์รักษา รัชกาลที่ 6 เมื่อครั้งเสด็จประพาสป่าในมณฑลพายัพ และดื่มด่ำไปกับบรรยากาศของดอกบัวประดิษฐ์และการย้อมแสงไฟต้นไม้ นอกจากนี้ยังมีการแสดงไฟที่พระนาคปรกนำโชคคุ้มครอง ซึ่งถือเป็นพระพุทธรูปประจำพระราชวังพญาไทอีกด้วย

วิธีการเดินทาง

สำหรับการเดินทางมาที่วังพญาไทนั้นสะดวกสบายมากๆ โดยสามารถเดินทางได้ 3 วิธี ได้แก่

1. รถส่วนตัว ซึ่งจะมีที่จอดรถด้วยกันถึง 2 ที่ สามารถรองรับรถได้ทุกวัน ไม่ต้องกังวลเรื่องที่จอดรถเลย

พระราชวังพญาไท วิธีการเดินทาง

2. รถไฟฟ้า BTS สามารถใช้รถไฟฟ้าสายสุขุมวิทเพื่อการเดินทาง โดยให้ลงที่สถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และให้ออกทางออกที่ 3 หรือฝั่งโรงพยาบาลราชวิถี และให้ข้ามสะพานลอยไฟฝั่งตรงข้าม จากนั้นให้เดินทางเท้าตรงมาเรื่อยๆ ทางแยกตึกชัย จนถึงโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

3. รถโดยสารประจำทาง สามารถใช้สาย 8 12 14 18 28 92 97 108 ปอ.92 509 522 536 ปอ.พ.4

เรียกได้ว่าเป็นงานนิทรรศการที่ไม่ควรพลาดเลยทีเดียว เป็นอีกหนึ่งโอกาสที่จะได้สัมผัสบรรยากาศความอลังการของพระราชวังที่มีอายุกว่า 100 ปี และยังได้พบกับผลงานอันทรงคุณค่ามากมายจากฝีมือคนไทยที่ทัดเทียมระดับโลก