หากกำลังจะวางแพลนไปเที่ยว ทะเล ดำน้ำดูปะการังในงบประหยัดและไม่พูดถึง ทะเลใต้ ก็คงจะไม่ได้ เรียกได้ว่าเป็นดินแดนสวรรค์ของคนรักทะเล และเป็นจุดหมายปลายทางที่ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติอยากจะไปเยือนสักครั้งนึง ด้วยความสวยของธรรมชาติ ความอุดมสมบูรณ์ของสิ่งมีชีวิตในท้องทะเล ไม่ว่าจะเป็นปะการัง ปลาต่างๆ รวมไปถึงหมู่เกาะมากมายทั้งทางทะเลอันดามันและทะเลอ่าวไทย ซึ่งวันนี้เราอยากจะแนะนำหนึ่งในเกาะที่เรียกได้ว่าต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต นั้นก็คือ หมู่เกาะพีพี ซึ่งในทริปนี้เราไม่ได้ไปเพียงเกาะเดียว แต่ไปกันทั้งหมดถึง 7 สถานที่ ที่สำคัญมีกิจกรรมให้ทำครบทั้งดำน้ำดูปะการัง พาย Paddle Boadr ชมลิง และเดินเล่นบนหาดทรายสีขาว ทั้งหมดนี้อยู่ในงบแค่หลักพันต้นๆ เท่านั้น
รายละเอียดการจองและการเดินทาง
ทริปนี้เราได้ทำการจองผ่าน KKday ซึ่งเป็นทัวร์แบบ 1 Day Trip ออกเดินทางจากภูเก็ต ในราคาเริ่มต้น 1,470 บาทต่อคนเท่านั้น สามารถเลือกวันที่จะไปได้ตามต้องการเลย ซึ่งทริปนี้จะไปด้วยกันทั้งหมด 7 ที่ ได้แก่ เกาะไม้ท่อน ปิเละลากูน หาดมาหยา ถ้ำไวกิ้ง เกาะพีพีดอน หาดลิง และเกาะไข่ โดยราคานี้มีรถรับ-ส่ง จากที่พักไปยังท่าเรือฟรีด้วย ไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทางเลย สะดวกสบายมากๆ เราสามารถแจ้งชื่อที่พักหรือจุดที่ต้องการให้คนขับรถไปรับ-ส่งได้ ซึ่งเราจะมาขึ้นเรือกันที่ท่าเรือ Asia Marina และเดินทางไปยังเกาะต่างๆ ด้วยเรือ Speed Boat นอกจากนี้ยังรวมอาหารเช้า อาหารกลางวัน เครื่องดื่มและของกินเล่นตลอดทริป
เที่ยวทะเล ดำน้ำดูปะการัง กิจกรรมต่างๆ

เริ่มต้นทริป รถตู้จะมาส่งถึงท่าเรือเวลาประมาณ 09.00 น. เมื่อมาถึงก็จะมีอาหารเช้าแบบเบาๆ ให้รับประทานกัน เช่น ข้าวต้ม ขนมปัง ผลไม้และเครื่องดื่มต่างๆ สามารถทานได้ทุกอย่างเลย จะเติมเท่าไหร่ก็ได้ แต่ระวังอย่าทานเยอะจนเกินไปเพราะเดี๋ยวเราจะต้องไปนั่งเรือกันต่อ

ที่สำคัญมีแจกยาแก้เมาเรือฟรีด้วย ไม่จำเป็นต้องซื้อมาก่อนเลย พี่ไกด์จะแจกให้ทุกคน 2 เม็ดไว้ทานทั้งขาไปและขากลับเลย แนะนำให้ทาน 1 เม็ดก่อนออกเดินทางประมาณ 10 นาที จากนั้นจะมีพี่ไกด์มาอธิบายเกี่ยวกับรายละเอียดเกี่ยวกับทริปที่เราจะไปกัน ตั้งแต่จุดเริ่มต้น กิจกรรม ข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติต่างๆ ไปจนถึงจบทริป ซึ่งพี่ไกด์แจ้งว่าวันที่เราไปทะเลมีคลื่นลมแรงและไม่สามารถแวะที่เกาะไม้ท่อนได้ ดังนั้นทริปนี้เราจะไม่ได้แวะที่เกาะไม้ท่อนแต่ยังคงไปยังจุดอื่นๆ ได้ครบเหมือนเดิม เมื่อฟังพี่ไกด์บรรยายเสร็จแล้วเราก็จะไปขึ้นเรือกัน ซึ่งบนเรือจะไม่ให้ใส่รองเท้าแบบทั่วไป อนุญาตให้ใส่ได้เฉพาะรองเท้าเดินชายหาดเท่านั้น โดยจะมีทีมลูกเรือคอยเก็บรองเท้าของเราไว้ให้และจะให้ใส่เมื่อลงไปยังจุดต่างๆ
ถ้ำไวกิ้ง (Viking Cave)
ใช้เวลาเดินทางจากท่าเรือประมาณ 45 นาทีก็มาถึงที่แรก “ถ้ำไวกิ้ง (Viking Cave)” ซึ่งเป็นถ้ำที่มีนกนางแอ่นอาศัยอยู่ เรือจะจอดให้เราชมบรรยากาศ เก็บภาพต่างๆ กันบนเรือ โดยเราจะมองเห็นรังนกที่กำลังทำรังกันอยู่ภายในถ้ำและหินงอกหินย้อย ไฮไลต์ของที่นี่คือภาพวาดบนผนังที่เป็นรูปเรือใบสามเสา หัวงอน และรูปสัตว์ต่างๆ และยังถือเป็นที่มาของชื่อถ้ำไวกิ้งอีกด้วย
ปิเละลากูน (Pileh Lagoon)
ออกเดินทางจากถ้ำไวกิ้งเพียง 10 นาทีก็มาถึงจุดที่ 2 ที่ได้รับการขนานนามกันว่าเป็นสระว่ายน้ำมรกตแห่งท้องทะเลอันดามัน นั้นก็คือ “ปิเละลากูน (Pileh Lagoon)” บอกเลยว่าสวยงามสมกับฉายาที่ได้มาจริงๆ
น้ำทะเลสีเขียวมรกตและใสจนมองเห็นใต้ ทะเล พร้อมทั้งรายล้อมไปด้วยภูเขาสูงใหญ่สลับกัน เป็นความสวยงามทางธรรมชาติที่ประทับใจมากๆ ไม่ว่าจะมองไปมุมก็คือดีไปหมด โดยที่นี่เรือจะจอดให้เราลงเล่นน้ำ มี Paddle Board ให้พายฟรีด้วย
และที่สำคัญต้องไม่พลาดมุมถ่ายรูปยอดฮิตบนหัวเรือ ที่มีวิวด้านหลังเป็นอ่าวปิเละลากูน ไม่ต้องกังวลเรื่องถ่ายรูปเพราะจะมีพี่ๆ บนเรือช่วยถ่ายให้เราด้วย สามารถบอกเขาได้เลย และหากใครต้องการดื่มน้ำ บนเรือก็มีเครื่องดื่มไว้ให้บริการกันแบบฟรีๆ ด้วย ไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม ไม่ว่าจะน้ำเปล่าหรือน้ำอัดลมก็สามารถดื่มได้ตลอดทริปแบบไม่อั้น
อ่าวมาหยา (Maya Bay)
จากปิเละลากูน นั่งเรือกันมาต่ออีก 10 นาที มาถึงยังจุดเช็กอินยอดฮิต “อ่าวมาหยา (Maya Bay)” สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง The Beach และยังติดอันดับ World’s 20 most Beautiful Beaches จากหนังสือพิมพ์ Daily Star ของประเทศอังกฤษอีกด้วย เมื่อมาถึงเรือจะจอดเทียบท่าและเดินต่ออีกประมาณ 5 นาทีเพื่อมาถึงชายหาด
เส้นทางเดินสบายมากๆ มีการแบ่งฝั่งทางเข้า-ออกไว้อย่างชัดเจน เดินผ่านพุ่มไม้ร่มๆ ไม่นานก็มาถึงชายหาดและต้องบอกเลยว่าสวยเกินคำบรรยายมากๆ
น้ำ ทะเล ที่ใส่ไล่เฉดสีไปกับสีเขียวมรกต ตัดด้วยทรายสีขาวและมีวิวด้านหลังเป็นภูเขาลูกใหญ่ซ้ายขวาที่มีช่องตรงกลางเพื่อออกสู่ทะเลได้ เป็นธรรมชาติที่สวยจนเหมือนภาพวาดมากๆ จะถ่ายรูปทำคอนเทนต์มุมไหนก็สวย หรือจะเดินเล่นชิลๆ ก็ดี และที่สำคัญที่นี่มีโอกาสได้เห็นฉลามมาว่ายน้ำเล่นกันด้วย
เกาะพีพีดอน (Phi Phi Don)
ถึงเวลามื้อเที่ยงเราจะไปทานกันที่บน “เกาะพีพีดอน” ซึ่งใช้เวลาเดินทางไม่นานก็มาถึงที่เกาะ โดยมีอาหารไทยฮาลาลบุฟเฟต์ทานได้ไม่อั้น ที่ร้านมัยญาดา มีอาหารให้เลือกหลากหลายมากๆ และมีโต๊ะไว้รองรับจำนวนมาก สามารถเข้าห้องน้ำที่ร้านอาหารได้ฟรี
และหากทานอาหารเสร็จแล้วยังสามารถเดินเล่นบนเกาะ หรือจะเล่นน้ำ นั่งพักผ่อนชิลๆ ต่อได้อีกด้วย บนเกาะพีพีจะมีร้านอาหารและร้านขายของฝากเยอะมากๆ รวมไปถึงบาร์นั่งเล่น จิบค็อกเทล ก็มีให้เลือกด้วยเช่นกัน
หาดลิงและจุดดำน้ำตื้น
ออกจากเกาะพีพีดอน ไปยังหาดลิง เรือจะจอดให้เราได้ถ่ายรูปและดูลิง ซึ่งไม่อนุญาตให้มีการให้อาหารหรือจับ เพราะอาจเกิดอันตรายได้ และเดินทางต่ออีกไม่นานก็ถึงจุดดำน้ำตื้น
ซึ่งต้องบอกเลยว่าน้ำใสมาก อยู่บนเรือก็สามารถมองเห็นปะการังใต้ ทะเล ได้เลย พี่ไกด์จะทำการแจกหน้ากากดำน้ำ และอธิบายเกี่ยวกับการใช้งาน รวมไปถึงบริเวณที่สามารถดำน้ำตื้นเพื่อดูปะการังและปลาได้
ซึ่งสำหรับใครที่ว่ายน้ำไม่เป็นก็สามารถใส่เสื้อชูชีพเพื่อลงไปเล่นน้ำ ดำน้ำตื้นได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีเชือกไว้ให้จับเพื่อพยุงตัวไว้ในขณะที่ดำน้ำอีกด้วย เมื่อดำน้ำลงไปแล้วจะได้พบกับเหล่าปลาน้อยใหญ่ว่ายน้ำกันอยู่เยอะมากๆ และยังได้เห็นแนวปะการังที่เรียงตัวกันอย่างสวยงาม ใต้น้ำทะเลสีมรกตคือสวยมากๆ
เกาะไข่
เดินทางไปกันต่อยังที่สุดท้าย “เกาะไข่” จุดพักผ่อนชิลๆ บนหาดทรายสีขาวแสนนุ่มและน้ำทะเลใสๆ บนเกาะจะมีร้านอาหารและกิจกรรมให้เลือกทำกันได้เยอะมากๆ
ไม่ว่าจะเป็นการขับ Jetski นั่งชิลที่บาร์ นอนอาบแดด หรือเล่นน้ำทะเล ที่สำคัญสามารถเดินเล่นถ่ายรูปได้ทั่วทั้งเกาะ ไม่ว่าจะหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายมุมไหนก็คือสวยมากๆ และหลังจากนั้นก็ใช้เวลาเพียง 20 นาทีเพื่อเดินทางกลับไปยังท่าเรือ ในระหว่างทางก็จะมีผลไม้และของกินเล่นเสิร์ฟให้อีกด้วย เมื่อไปถึงก็จะมีรถตู้ที่รอไปส่งเรายังที่พักหรือจุดที่เราแจ้งไว้
ต้องบอกเลยว่าเป็นทริปเที่ยวทะเลใต้ที่ครบรสและกิจกรรมเยอะมากๆ ที่สำคัญราคายังประหยัด ไม่ต้องเดินทางหรือบินไกลๆ สำหรับใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวช่วงซัมเมอร์ ที่เที่ยว ทะเล ดำน้ำดูปะการัง หรือจะกำลังวางแพลนไปพักผ่อน ขอแนะนำ ทะเล ในภาคใต้บ้านเราเลยสวยงามไม่แพ้ทะเลที่อื่นเลยจริงๆ นอกจากหมู่เกาะพีพีแล้วนั้น ยังมีเกาะอื่นๆ อีกเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นเกาะสิมิลัน หมู่เกาะสุรินทร์ เกาะสมุย และยังมีเกาะอื่นๆ ที่พร้อมจะให้เราไปสัมผัสกับธรรมชาติของท้องทะเล ที่สำคัญอย่าลืมปฏิบัติตามคำแนะนำของไกด์ เพื่อควมปลอดภัยและช่วยกันดูแลรักษาความสะอาดในขณะไปยังพื้นที่ต่างๆ เพื่อให้เรายังคงมีท้องทะเลที่สวยงามและธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์กันอีกนานๆ





