หลายๆคนที่มีแพลนไปเที่ยวญี่ปุ่นในปีนี้คงกำลังสงสัยอยู่ใช่ไหมคะว่า เงื่อนไขการเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นในปี 2026 มีอะไรบ้าง? ไม่ต้องกังวลไปค่ะ ตอนนี้ยุคของการก้มหน้ากรอกเอกสารบนที่รองอาหารบนเครื่องบินได้หมดไปแล้ว! ในปี 2026 ระบบลงทะเบียน “Visit Japan Web” (VJW) นั้นเชื่อมต่อกับระบบ Digital Tax-Free รูปแบบใหม่ ซึ่งช่วยให้การช็อปปิ้งสินค้าปลอดภาษีในญี่ปุ่นสะดวกและไหลลื่นมากยิ่งขึ้น

  • ข้อแนะนำจากทีมงาน KKday : นับตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป สนามบินหลักๆของญี่ปุ่นอย่างสนามบินฮาเนดะ จ. โตเกียว (Haneda Airport), สนามบินนาริตะ จ. โตเกียว (Narita Airport) และสนามบินคันไซ จ. โอซาก้า (Kansai Airport) ได้เปิดใช้งานเครื่องคีออส (Kiosks) หรือเครื่องบริการตนเองอัตโนมัติอย่างเต็มรูปแบบแล้ว

เราขอแนะนำให้คุณเตรียม QR code จากเว็บไซต์ Visit Japan เอาไว้ล่วงหน้า เพื่อให้สแกนทั้งขั้นตอนผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรได้ในขั้นตอนเดียว

เตรียมตัวก่อนเที่ยว

เตรียมตัวเที่ยวญี่ปุ่นให้พร้อมใน 5 นาที! ด้วยเช็กลิสต์สิ่งที่ควรจองล่วงหน้าในปี 2026 จาก KKday

  • 1. จอง JR Pass หรือบัตรรถไฟชินคันเซ็นล่วงหน้า เพื่อเลี่ยงการต่อคิวยาวที่สถานี

  • 2. เตรียม eSIM ญี่ปุ่นไว้ให้พร้อม ใช้งานได้ทันทีที่ลงจากเครื่อง
  • 【โปรลด 50%】eSIM ญี่ปุ่น ดาต้าไม่จํากัด
    4.1
    500K+ จองแล้ว

  • 3. จองบัตรสถานที่ยอดนิยมไว้ล่วงหน้า ก่อนที่บัตรจะหมดหรือรอบเข้าชมเต็มบัตร Tokyo Disneyland & DisneySea, บัตร Universal Studios Japan (USJ), บัตร Warner Bros. Studio Tour Tokyo – Harry Potter
  • บัตรเข้าโตเกียวดิสนีย์แลนด์ & โตเกียวดิสนีย์ซี | โตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท
    4.9
    300K+ จองแล้ว

  • บัตรเข้า Universal Studios Japan + บัตร Express Pass 2026 | ญี่ปุ่น
    4.7
    100K+ จองแล้ว

  • บัตรเข้าชม Warner Bros. Studio Tour Tokyo - The Making of Harry Potter | ญี่ปุ่น
    4.8
    90K+ จองแล้ว

  • 4. จองบัตร SHIBUYA SKY หรือ teamLab Planets ล่วงหน้า เพื่อไม่พลาดช่วงพระอาทิตย์ตก
  • บัตรเข้าจุดชมวิว SHIBUYA SKY | โตเกียว ญี่ปุ่น
    4.7
    300K+ จองแล้ว

  • บัตรเข้าชม teamLab Planets TOKYO | โตเกียว ญี่ปุ่น
    4.8
    60K+ จองแล้ว

  • 5. จองรถไฟจากสนามบินเข้าเมืองล่วงหน้า เช่น Keisei Skyliner หรือ Narita Express (N’EX) เดินทางสะดวก ไม่ต้องกังวลในวันเดินทาง
  • ตั๋วรถไฟด่วน Keisei Skyliner สนามบินนาริตะ (NRT) ไปอูเอโนะ/นิปโปริ
    4.9
    400K+ จองแล้ว

  • ตั๋วโดยสารรถไฟด่วนพิเศษนาริตะ (N'EX) ไป-กลับ | สนามบินนาริตะ (NRT) ไป/กลับ โตเกียว ชินจูกุ โยโกฮาม่า
    4.5
    4K+ จองแล้ว

  • 6. จองบริการขนส่งกระเป๋าจากสนามบินถึงโรงแรม เริ่มเที่ยวได้ทันที ไม่ต้องลากกระเป๋า

  • โอซาก้า/เกียวโต | บริการส่งกระเป๋าเดินทางด่วนภายในวันเดียว (โรงแรม ↔ สนามบินคันไซ)
    4.9
    10K+ จองแล้ว

- สารบัญเนื้อหา - ซ่อน

ข้อกำหนดในการเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น ฉบับปี 2026

การเดินทางเข้าสู่ “ดินแดนอาทิตย์อุทัย” ในปี 2026 นั้นสะดวกสบายยิ่งกว่าที่เคย แต่ด้วยการอัปเกรดระบบให้เป็นดิจิทัลมากขึ้น ขั้นตอนการเข้าประเทศจึงเปลี่ยนไปมากพอสมควร

นี่คือเช็กลิสต์สำคัญที่นักเดินทางทุกคนควรรู้ เพื่อให้ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรได้อย่างราบรื่นค่ะ

1. การเข้าประเทศโดยไม่ต้องขอวีซ่า & ระยะเวลาพำนัก

ผู้ถือหนังสือเดินทางประเทศไทยยังสามารถเดินทางเข้าญี่ปุ่นได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า สำหรับการพำนักระยะสั้น

  • ระยะเวลาพำนัก : คนไทยสามารถอยู่ในญี่ปุ่นได้นานที่สุด 90 วัน สำหรับการท่องเที่ยว ติดต่อธุรกิจ หรือเยี่ยมญาติ
  • ข้อแนะนำ : อย่าลืมตรวจสอบว่าพาสปอร์ตของคุณยังมีอายุครอบคลุมตลอดช่วงเวลาที่พำนักอยู่ในญี่ปุ่นหรือไม่ ทีมงาน KKday แนะนำให้พาสปอร์ตมีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน เพื่อความสบายใจก่อนออกเดินทางค่ะ

2. Visit Japan Web (VJW)

หน้าจอเข้าสู่ระบบ Visit Japan Web แสดงช่องกรอกอีเมล รหัสผ่าน และปุ่ม Login สำหรับลงทะเบียนข้อมูลก่อนเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น
ลงทะเบียน Visit Japan Web ไว้ล่วงหน้า เข้าเมืองได้สะดวกง่ายดายยิ่งขึ้น (via KKday Supplier)

แม้ว่าในปัจจุบันจะยังคงมีเอกสารแบบกระดาษให้นักเดินทางกรอกได้ แต่สำหรับการเข้าประเทศญี่ปุ่นในปี 2026 การกรอกมาก่อนในระบบ Visit Japan Web ยังถือว่าเป็นตัวเลือกหลักที่สะดวกที่สุดค่ะ

  • กฎ 6 ชั่วโมง : ควรลงทะเบียนให้เสร็จอย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนเครื่องบินจะลงจอดที่ญี่ปุ่น เพื่อให้ QR code ของคุณพร้อมใช้งานเมื่อเดินทางไปถึงสนามบิน
  • มีอะไรในระบบเว็บไซต์บ้าง : เพียงลงทะเบียนเพื่อขอ QR code จาก Visit Japan เว็บไซต์เดียว คุณก็จะได้ทั้ง QR code สำหรับผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง (Immigration) และด่านศุลกากร (Customs) และที่สำคัญสำหรับปี 2026 ก็คือ คุณสามารถนำ QR code ไปสแกนที่จุดขอคืนภาษี (Tax-Free) ได้ ซึ่งช่วยให้คุณไม่ต้องนำเล่มพาสปอร์ตตัวจริงไปขอคืนภาษีทุกครั้งที่ไปช็อปปิ้ง
  • เชื่อมประกันการเดินทางเข้ากับเว็บไซต์ VJW : คุณสามารถใส่ข้อมูลประกันการเดินทางเข้ากับหน้าประวัติของคุณในระบบ Visit Japan Web ได้ ดังนั้นหากเกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยระหว่างอยู่ที่ญี่ปุ่น ขั้นตอนการดำเนินการที่โรงพยาบาลจะรวดเร็วยิ่งขึ้น

3. “Joint Kiosk” เครื่องบริการเช็กอินด้วยตนเองรุ่นใหม่

ปี 2026 เป็นปีที่ตู้คีออสรุ่นใหม่ “Joint Kiosk” (เครื่องบริการเช็กอินผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองด้วยตนเอง) เปิดใช้งานอย่างเต็มรูปแบบที่สนามบินหลักของญี่ปุ่น ได้แก่ สนามบินฮาเนดะ สนามบินนาริตะ และสนามบินคันไซ

จากระบบเดิมที่เราต้องแวะสแกนสองจุด Joint Kiosk จะช่วยให้คุณสแกน QR code จาก Visit Japan และพาสปอร์ตได้ในเครื่องเดียว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองและผ่านด่านศุลกากร โดยรวมแล้ว ตู้คีออสช่วยประหยัดเวลาที่สนามบินได้ 20-30 นาทีเลยทีเดียว

4. ระบบ JESTA (Japan Electronic System for Travel Authorisation)

หลายๆคนอาจจะเริ่มได้ยินชื่อ JESTA (Japan Electronic System for Travel Authorisation) กันมากขึ้น แต่สำหรับปี 2026 ระบบนี้ยังไม่ได้บังคับใช้อย่างเป็นทางการ

5. ศุลกากรและสิ่งของต้องห้าม

ประเทศญี่ปุ่นยังคงมีมาตรการควบคุมชายแดนที่เข้มงวด ดังนั้นออกก่อนเดินทางคุณควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าไม่ได้เผลอพกสิ่งที่เข้าข่ายสิ่งของต้องห้ามมาด้วย เช่น ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ รวมถึงเนื้อแห้ง ยาเสพติด อาวุธปืนหรือกระสุน

สำหรับการพกเงินเข้าประเทศ หากคุณพกเงินสดหรือทองคำที่มีมูลค่ารวมกันเกิน 1 ล้านเยนหรือเทียบเท่า คุณจะต้องยื่นสำแดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรด้วยค่ะ

Visit Japan Web (VJW) vs. ใบ ตม. แบบกระดาษ : วิธีไหนผ่านด่านเข้าประเทศญี่ปุ่นได้เร็วที่สุดในปี 2026?

สำหรับปี 2026 นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าญี่ปุ่นได้ด้วย 2 วิธีหลัก แม้ว่าเราจะยังกรอกใบ ตม. แบบกระดาษได้เหมือนเดิม แต่ถ้าใครต้องการความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น แนะนำให้ใช้ระบบดิจิทัลผ่าน Visit Japan Web (VJW) ควบคู่ไปกับการใช้ตู้ Joint Kiosks แบบใหม่ค่ะ

ใช้ QR Code จากการกรอกระบบผ่าน
Visit Japan Web (VJW)

ใช้ใบ ตม. แบบกระดาษ
ช่องทางพิเศษ (Fast-Track) : ตู้บริการตนเองอัตโนมัติ “Joint Kiosks” เป็นการรวมขั้นตอนผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองและด่านศุลกากรไว้ด้วยกันในการสแกนครั้งเดียว ขั้นตอนปกติ : ต้องต่อแถวแยกกัน 2 ครั้งสำหรับด่านตรวจคนเข้าเมืองและด่านศุลกากร
เตรียมตัวล่วงหน้าได้ทางออนไลน์ : คุณสามารถกรอกข้อมูลผ่านทางออนไลน์เองได้ก่อนถึงวันเดินทาง ไม่ต้องเขียนใบ ตม. บนเครื่องบิน ยุ่งยากมากกว่า : ต้องเขียนใบ ตม. บนเครื่องบินหรือที่สนามบิน
ประหยัดเวลา : ช่วยลดระยะเวลาที่ใช้ผ่านด่าน ตม. และด่านศุลกากรได้มากกว่า 20 นาที และยังสามารถใช้ช่องทางศุลกากรล่วงหน้า (Pre-Clearance) ได้ ใช้เวลาผ่านด่านมากกว่า : หากเขียนใบ ตม. แบบเดิม คุณอาจจะต้องต่อแถวที่สนามบินนาน โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว
ช็อปปิ้งสะดวกยิ่งกว่า : QR code จากการลงทะเบียน Visit Japan สามารถใช้สแกนที่ร้านค้าปลอดภาษีได้ ไม่มีการเชื่อมระบบดิจิทัล : เวลาช็อปปิ้งเราจึงต้องพกเล่มพาสปอร์ตตัวจริงไปแสดงที่ร้านค้าทุกครั้ง

ระบบเว็บไซต์ Visit Japan (VJW) นั้นเปรียบเสมือน Fast Pass ที่สำคัญสำหรับการเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นในปี 2026 นอกจากจะสามารถใช้ตู้ Joint Kiosks ที่สนามบินใหญ่ๆของญี่ปุ่นเพื่อลดเวลาต่อแถวได้แล้ว คุณยังสามารถช็อปปิ้งร้านค้าปลอดภาษีได้สะดวกขึ้นด้วย QR code เดียวอีกด้วย

กฎการนำพาวเวอร์แบงค์ขึ้นเครื่องบินไปญี่ปุ่น ปี 2026

พาสปอร์ต โทรศัพท์มือถือแสดงตั๋ว JR Kyushu Mobile Pass และพาวเวอร์แบงค์วางบนโต๊ะในสถานีรถไฟญี่ปุ่น สื่อถึงการเตรียมอุปกรณ์ก่อนเดินทาง
เช็กพาวเวอร์แบงค์ก่อนบิน เที่ยวญี่ปุ่นสบายใจ (via KKday Supplier)

ตั้งแต่เดือนเมษายน 2026 เป็นต้นมา ประเทศญี่ปุ่นได้เพิ่มมาตรการเกี่ยวกับการใช้งานพาวเวอร์แบงค์หรืออุปกรณ์ชาร์จไฟบนเครื่องบินอย่างจริงจัง จากที่เคยระบุให้ผู้โดยสาร “ใช้งานด้วยความระมัดระวัง” ณ ขณะนี้กฎได้เปลี่ยนเป็น “ห้ามใช้พาวเวอร์แบงค์ระหว่างเที่ยวบินโดยเด็ดขาด” เพื่อป้องกันการเกิดไฟลุกไหม้ในห้องโดยสารค่ะ

เรื่องสำคัญที่ควรรู้ในปี 2026 คำอธิบาย
ห้ามชาร์จพาวเวอร์แบงค์บนเครื่องบินโดยเด็ดขาด ทุกคนไม่สามารถใช้พาวเวอร์แบงค์ชาร์จโทรศัพท์มือถือระหว่างเที่ยวบินได้ และไม่สามารถชาร์จพาวเวอร์แบงค์ผ่านปลั๊กไฟของที่นั่งบนเครื่องบินได้เช่นกัน
ต้องเก็บพาวเวอร์แบงค์ไว้ใต้ที่นั่งเท่านั้น ห้ามเก็บพาวเวอร์แบงค์ไว้ในช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะโดยเด็ดขาด เพราะหากเกิดความร้อนสูงผิดปกติหรือเกิดปัญหาใดๆ เจ้าหน้าที่สายการบินจะต้องสามารถหยิบพาวเวอร์แบงค์ออกมาได้ทันที
จำกัดการพกพาวเวอร์แบงค์สูงสุด 2 เครื่อง ทุกคนสามารถพกพาวเวอร์แบงค์ขึ้นเครื่องบินได้สูงสุด 2 เครื่อง ต้องมีความจุไม่เกิน 160Wh ต่อเครื่อง และต้องปิดการใช้งานไว้ตลอดเวลาที่อยู่บนเครื่องบิน แนะนำให้เก็บให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง
หากต้องการชาร์จมือถือ ให้ใช้พอร์ต USB ที่ติดตั้งมากับที่นั่งบนเครื่องบินเท่านั้น หากคุณต้องการให้โทรศัพท์มีแบตเตอรีพร้อมใช้งานระหว่างเที่ยวบิน คุณจะต้องใช้พอร์ต USB หรือปลั๊กไฟที่ติดตั้งอยู่กับที่นั่งบนเครื่องบินเท่านั้น

ประเทศไหนบ้างที่เดินทางเข้าญี่ปุ่นได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าในปี 2026?

แผนที่โลกแสดงประเทศที่ได้รับยกเว้นวีซ่าเข้าญี่ปุ่นปี 2026 ไฮไลต์ด้วยสีฟ้าครอบคลุมอเมริกา ยุโรป เอเชีย และโอเชียเนีย
เช็กประเทศยกเว้นวีซ่า เที่ยวญี่ปุ่นได้ง่ายขึ้น (via KKday Supplier)

กฎการเข้าประเทศญี่ปุ่น (Japan Entry) ช่วยให้นักเดินทางกว่า 70 ประเทศและเขตการปกครองสามารถข้ามขั้นตอนการยื่นขอวีซ่าที่สถานทูตได้ง่ายขึ้น สำหรับปี 2026 กลุ่มประเทศและพื้นที่ในโซนเอเชียที่สามารถเดินทางเข้าญี่ปุ่นโดยไม่ต้องขอวีซ่ามีดังนี้

  • พำนักได้สูงสุด 90 วัน : ไต้หวัน, ฮ่องกง (SAR/BNO), สิงคโปร์, มาเลเซีย และเกาหลีใต้
  • พำนักได้สูงสุด 15 วัน : ไทยและอินโดนีเซีย ผู้เดินทางจะต้องใช้ ePassport ที่เป็นไปตามมาตรฐาน ICAO (มาตรฐานด้านความปลอดภัยและความมั่นคงของการบินพลเรือน)

[JR PASS พาสเดินทางใบสำคัญสำหรับทริปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง]

บัตรโดยสาร JR ฮอกไกโด
4.9
20K+ จองแล้ว

ตั๋วรถไฟ JR Pass คันไซแบบ 5 วัน | Kansai WIDE Area Pass
4.9
30K+ จองแล้ว

ตั๋วรถไฟ JR East Pass | ญี่ปุ่น
4.9
20K+ จองแล้ว

เตรียมพาสปอร์ตของคุณให้พร้อมสำหรับการเดินทางในปี 2026

พาสปอร์ตวางบนเครื่องสแกนดิจิทัลพร้อมข้อความ Travel ID Ready และสัญลักษณ์ปี 2026 แสดงความพร้อมเอกสารก่อนเดินทางต่างประเทศ
เตรียมพาสปอร์ตให้พร้อม เข้าประเทศญี่ปุ่นได้อย่างราบรื่นตั้งแต่ต้นทริป (via KKday Supplier)

แม้ว่าคุณจะตื่นเต้นกับทริปญี่ปุ่นที่กำลังจะมาถึงมากแค่ไหน ลองหยิบพาสปอร์ตขึ้นมาเช็กกันอีกสักนิดว่า พาสปอร์ตของคุณใกล้หมดอายุแล้วหรือยัง

ประเทศญี่ปุ่นมีข้อกำหนดอย่างเป็นทางการเพียงแค่ “พาสปอร์ตของคุณต้องมีอายุครอบคลุมตลอดระยะเวลาที่พำนักอยู่ในประเทศ” แต่ในทางปฏิบัติ การเดินทางระหว่างประเทศมี “กฎสำคัญ” ที่นักท่องเที่ยวควรยึดถือไว้เสมอ นั่นก็คือ พาสปอร์ตควรมีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือนก่อนถึงวันออกเดินทาง

เหตุผลเป็นเพราะว่าสายการบินหลายๆแห่ง ซึ่งรวมไปถึงการต่อเครื่องในบางประเทศ มักจะมีการตรวจสอบอายุพาสปอร์ตอย่างเข้มงวด หากพาสปอร์ตของคุณมีอายุเหลือน้อยกว่า 6 เดือน ก็มีโอกาสที่จะถูกปฏิเสธไม่ให้ขึ้นเครื่องได้เช่นกัน

ยิ่งในปี 2026 ที่การเดินทางระหว่างประเทศกลับมาคึกคักอีกครั้ง สำนักงานทำพาสปอร์ตในหลายแห่งก็มักมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก หากพาสปอร์ตของคุณใกล้จะหมดอายุ เราก็ไม่ควรปล่อยไว้จนใกล้จะถึงวันเดินทาง

  • เช็กวันหมดอายุพาสปอร์ต : หากพาสปอร์ตของคุณกำลังจะหมดอายุภายในอีก 6-8 เดือนข้างหน้า ควรวางแผนต่ออายุพาสปอร์ตไว้ล่วงหน้าเพื่อความอุ่นใจ
  • เลี่ยงการรอคิวนาน : มองหาช่องทางต่ออายุออนไลน์หรือจองคิวกับกรมการกงสุลไว้ล่วงหน้า เพื่อให้เตรียมตัวได้สะดวกยิ่งขึ้น

ขั้นตอนการเดินทางเข้าญี่ปุ่นในปี 2026 มีอะไรบ้าง?

หลังจากที่มาตรการช่วงโควิดทั้งหมดถูกยกเลิกไปแล้ว ขั้นตอนการเข้าประเทศญี่ปุ่นในปี 2026 ก็สะดวกราบรื่นมากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะเมื่อมีการนำเครื่องคีออสรุ่นใหม่อย่าง “Joint Kiosk” เข้ามาช่วยให้การผ่านด่านต่างๆรวดเร็วยิ่งขึ้น

ต่อจากนี้เราจะอธิบายขั้นตอนการเข้าประเทศญี่ปุ่นอย่างละเอียด ตั้งแต่ช่วงที่ลงจากเครื่องไปจนถึงช่วงเวลาที่คุณได้เข้าเมืองไปกินราเมนชามแรกของทริป!

ขั้นตอนที่ 1 : เตรียม QR code สำหรับสแกนผ่านด่าน ตม. ไว้ล่วงหน้า

1. ก่อนถึงวันที่ออกเดินทาง ให้ล็อกอินเข้าเว็บไซต์ Visit Japan และกรอกข้อมูลสำหรับด่านตรวจคนเข้าเมือง (Immigration) และด่านศุลกากร (Customs) ให้เรียบร้อย เพื่อรับ QR code สีฟ้าเพื่อสแกนเข้าเมืองเมื่อเดินทางไปถึงญี่ปุ่น

หากคุณลืมทำมาก่อนล่วงหน้า คุณจะต้องกรอกใบ ตม. แบบกระดาษก่อนลงจากเครื่องบินหรือที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองแทน ซึ่งมีขั้นตอนที่ยุ่งยากกว่ามาก ดังนั้นการใช้ QR code จาก Visit Japan จึงเป็นทางเลือกที่สะดวกกว่าและประหยัดเวลามากกว่า

2. อินเทอร์เน็ตที่สนามบินอาจจะไม่ค่อยเสถียร โดยเฉพาะช่วงที่มีผู้โดยสารลงเครื่องพร้อมกันเป็นจำนวนมาก แนะนำให้คุณแคปฯหน้าจอ QR code จาก Visit Japan เก็บไว้ในมือถือตั้งแต่ตอนที่ลงทะเบียนเสร็จสิ้น เพื่อให้ไม่ต้องกังวลเรื่องสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่สนามบิน

ขั้นตอนที่ 2 : เดินไปตามป้ายเมื่อถึงสนามบิน

เมื่อเดินทางไปถึงสนามบินแล้ว ให้เดินตามป้าย “Arrival” ไปได้เลย ปัจจุบันสนามบินส่วนใหญ่มีทั้งป้ายดิจิทัลคอยบอกทางไปยังด่าน ตม. และมีเจ้าหน้าที่คอยแนะนำเส้นทางให้กับชาวต่างชาติอย่างเป็นระเบียบ

ขั้นตอนที่ 3 : “Joint Kiosk” เครื่องบริการตนเองอัตโนมัติรุ่นใหม่ จุดเปลี่ยนสำคัญของปี 2026

1. ที่สนามบินหลักของญี่ปุ่น เช่น สนามบินฮาเนดะ (Haneda Airport), สนามบินนาริตะ (Narita Airport) และสนามบินคันไซ (Kansai Airport) คุณสามารถใช้เครื่อง Joint Kiosk ลงทะเบียนผ่านด่านได้ทั้งด่านตรวจคนเข้าเมืองและด่านศุลกากร

2. จากนั้นสแกนพาสปอร์ตพร้อมกับ QR code จาก Visit Japan ที่ตู้คีออสเครื่องเดียวกัน ระบบจะถ่ายรูปและเก็บลายนิ้วมือของคุณในขั้นตอนนี้

ขั้นตอนที่ 4: สัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง

หลังจากลงทะเบียนที่ตู้คีออสเรียบร้อยแล้ว ให้เดินไปที่ช่องตรวจคนเข้าเมือง เนื่องจากระบบได้ประมวลผลข้อมูลส่วนใหญ่ไว้แล้วจากขั้นตอนที่ตู้คีออส เจ้าหน้าที่ ตม. จึงตรวจสอบข้อมูลของเราได้อย่างรวดเร็ว และปั๊มตรา “Temporary Visitor” (ผู้พำนักชั่วคราว) ลงบนหน้าพาสปอร์ตของคุณ

ขั้นตอนที่ 5: รับกระเป๋าเดินทางและออกจากสนามบิน

ตรวจสอบหน้าจอแสดงเที่ยวบิน เพื่อดูว่ากระเป๋าเดินทางของคุณจะออกมาที่สายพานหมายเลขอะไร หากคุณลงทะเบียนผ่านตู้ Joint Kiosk มาแล้ว คุณก็จะผ่าน “ด่านตรวจคนเข้าเมืองอัตโนมัติ” (Electronic Customs Gates) ได้อย่างสะดวก โดยไม่ต้องสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่อีก เพียงแค่สแกนก็สามารถเดินผ่านไปได้เลย!

  • ข้อแนะนำ : สำหรับใครที่เป็นสายคอนเทนต์ แม้จะอยากถ่ายรูปเซลฟี่พร้อมแคปชั่น “แลนด์แล้วจ้า” มากแค่ไหนก็ตาม แต่ขอให้จำไว้ว่าในบริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองและพื้นที่รับกระเป๋าไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพหรือวิดีโอ ดังนั้นคุณควรจึงเก็บโทรศัพท์ไว้ก่อนจนกว่าจะผ่านด่านศุลกากรด่านสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว
ทัวร์ รถยนต์เช่าเหมาส่วนตัว แบบเต็มวัน โตเกียว ญี่ปุ่น | บริการรับส่งสนามบินฮาเนดะและนาริตะ | ทริปไป-กลับจากโตเกียวไปยัง ภูเขาฟูจิ / ฮาโกเนะ / เมืองโตเกียว / โยโกฮาม่า / คามาคุระ / ฮาคุบะ / คารุอิซาวะ
4.6
200+ จองแล้ว
หมด

เราสามารถพกเงินสดเข้าญี่ปุ่นได้มากเท่าไร?

เจ้าหน้าที่ศุลกากรญี่ปุ่นชี้หน้าจอแสดงข้อกำหนดการนำเงินสดเข้าประเทศญี่ปุ่นไม่เกิน 1,000,000 เยน หรือมูลค่าเทียบเท่า หากเกินต้องแจ้ง
เช็กจำนวนเงินสดก่อนเข้าญี่ปุ่น เดินทางได้อย่างราบรื่น (via KKday Supplier)

ก่อนจะเตรียมแลกเงินไปเที่ยวแดนอาทิตย์อุทัย สิ่งหนึ่งที่ควรพิจารณาอย่างถี่ถ้วนก็คือ ญี่ปุ่นมีข้อกำหนดชัดเจนเกี่ยวกับการนำเงินสดและของมีค่าเข้าประเทศในลักษณะ “สิ่งของต้องสำแดง”

หากคุณพกสิ่งของหรือทรัพย์สินมูลค่าเกินกว่าที่กำหนดไว้ตามหัวข้อด้านล่าง คุณจะต้องกรอกใบสำแดงสัมภาระต่อศุลกากร ซึ่งสามารถขอรับได้ทั้งบนเครื่องบินและเคาน์เตอร์ “ช่องแดง” (Red Channel) ที่ด่านศุลกากรภายในสนามบิน

  • เงินสดและเช็ค : หากมีมูลค่ารวมกันเกิน 1 ล้านเยนญี่ปุ่น (ประมาณ 203,235 บาท) คุณจะต้องยื่นสำแดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ซึ่งรวมไปถึงเงินตราต่างประเทศ เช็ค หุ้น และหลักทรัพย์อื่นๆด้วย
  • ทองคำ : หากคุณนำทองคำแท่งที่มีน้ำหนัก 1 กิโลกรัมขึ้นไป และมีความบริสุทธิ์ 90% ขึ้นไป คุณจะต้องสำแดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร
  • สินค้าฟุ่มเฟือยหรือของมีมูลค่าสูง : หากมีมูลค่าตลาดรวมเกิน 200,000 เยนญี่ปุ่น ก็จำเป็นต้องสำแดงเช่นกัน

สรุปกฎการซื้อสินค้าปลอดภาษี 2026 ฉบับเข้าใจง่าย (สำหรับผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป)

หากสิ่งของที่คุณซื้ออยู่ภายในวงเงินที่กำหนด คุณสามารถผ่านด่านศุลกากรได้ตามปกติ แต่หากราคาเกินกว่าที่กำหนด คุณอาจจะต้องชำระภาษีเพิ่มเติมตามเงื่อนไขของศุลกากร

ประเภทสินค้า ปริมาณที่ได้รับการยกเว้นภาษี
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นำเข้าได้ 3 ขวด (แต่ละขวดมีปริมาตรประมาณ 760 มิลลิลิตร)
บุหรี่และยาสูบ นำเข้าบุหรี่ได้ 200 มวน / ซิการ์ 50 มวน / ยาสูบประเภทอื่นๆรวมกันได้ไม่เกิน 250 กรัม
น้ำหอม นำเข้าได้ไม่เกิน 2 ออนซ์ (ประมาณ 56 มิลลิลิตร)
ของฝากและของที่ระลึก มูลค่าตลาดรวมแล้วต้องไม่เกิน 200,000 เยน

เมื่อเดินทางไปถึงญี่ปุ่นแล้ว สถานที่ไหนที่คุณอยากไปมากที่สุด? หากใครกำลังสนใจสวนสนุกสุดฮิตอย่าง Universal Studios Japan หรือ Tokyo Disneyland ดูรายละเอียดแพ็กเกจบัตรได้ตามลิงก์ด้านล่างนี้เลย

บัตรสวนสนุก Universal Studios Japan (USJ) | โอซาก้า ญี่ปุ่น
4.8
300K+ จองแล้ว

บัตรเข้าโตเกียวดิสนีย์แลนด์ & โตเกียวดิสนีย์ซี | โตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท
4.9
300K+ จองแล้ว

รู้จักกับ Joint Kiosk : ตัวช่วยประหยัดเวลาต่อแถวที่สนามบินญี่ปุ่นในปี 2026

หากคุณไม่อยากเสียเวลาต่อคิวยาวๆหลังลงจากเครื่องบิน ลองทำความรู้จักกับ “Joint Kiosk” ตัวช่วยใหม่ที่จะทำให้ขั้นตอนการเข้าประเทศญี่ปุ่นสะดวกขึ้นมาก!

“Joint Kiosk” หรือที่เรียกสั้นๆว่า “ตู้คีออส” คือเครื่องบริการอัตโนมัติสำหรับเช็กอินหรือผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองด้วยตนเอง ซึ่งเริ่มทยอยเปิดใช้งานตั้งแต่ปี 2025 ตู้คีออสจะช่วยให้นักท่องเที่ยวผ่านด่าน ตม. และด่านศุลกากรได้ในขั้นตอนเดียว ไม่ต้องต่อแถวซ้ำสอง อีกทั้งยังไม่ต้องสแกนเอกสารหลายรอบอีกด้วย

หากคุณมีแผนขึ้นเครื่องบินไปโตเกียวหรือโอซาก้าในปี 2026 นี่คือสนามบินที่คุณสามารถใช้บริการระบบอัตโนมัตินี้ได้

สนามบิน & อาคารผู้โดยสาร เวลาเปิดให้บริการ อัปเดต 2026
สนามบินฮาเนดะ (HND) โตเกียว – อาคารผู้โดยสาร 2 & 3 เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง (ในโซนอาคารผู้โดยสารขาเข้า)
สนามบินนาริตะ (NRT) โตเกียว – อาคารผู้โดยสาร 3 10:00 – 20:00 น.
สนามบินคันไซ (KIX) – อาคารผู้โดยสาร 1 & 2 เปิดให้บริการเวลา 9:00 – 21:00 น. (อาคารผู้โดยสาร 2 ปิดเวลา 20:00 น.)
สนามบินฟุกุโอกะ (FUK) – อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ อัปเดต 2026! : เครื่องคีออสเปิดให้บริการตามช่วงเวลาที่มีเที่ยวบินระหว่างประเทศ

ข้อแนะนำ : หากต้องการใช้เครื่อง Joint Kiosk แนะนำให้เตรียม QR code จาก Visit Japan ไว้ให้พร้อมก่อนเครื่องบินลงจอด หากยังใช้แบบฟอร์มกระดาษอยู่ คุณจะต้องต่อแถวในช่องทางปกติซึ่งใช้เวลานานกว่า

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของระบบ Tax-Free ญี่ปุ่นในปี 2026

ก่อนที่คุณจะวางแผนช็อปปิ้งแบบจัดเต็ม เรื่องสำคัญที่คุณควรรู้คือประเทศญี่ปุ่นจะเริ่มใช้ “ระบบการคืนภาษีแบบใหม่” อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 เป็นต้นไป

  • ระบบเดิม (ก่อนเดือนพฤศจิกายน 2026) : ญี่ปุ่นยังใช้ระบบ Tax-Free ซึ่งทำให้เราได้รับการลดหย่อนภาษีทันที ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ
  • ระบบใหม่ (หลังเดือนพฤศจิกายน 2026) : ญี่ปุ่นเปลี่ยนไปใช้ระบบ Tax-Refund ซึ่งเราจะต้องชำระค่าสินค้าเต็มจำนวนโดยรวมภาษีที่ร้านค้าเสียก่อน จากนั้นค่อยยื่นขอรับเงินภาษีคืนที่สนามบินในวันที่เดินทางออกจากญี่ปุ่น

ไม่ต้องพกถุงพลาสติกใส่เครื่องสำอางให้ยุ่งยากอีกต่อไป! ในปี 2026 คุณสามารถแกะถุงแล้วใช้สินค้าที่ซื้อในญี่ปุ่นได้ทันที เพิ่มความสะดวกต่อการช็อปปิ้งระหว่างทริปมากยิ่งขึ้น

Visit Japan Web ในปี 2026 มีอะไรใหม่บ้าง?

หากคุณกำลังวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นในปี 2026 ขอบอกเลยว่าคุณโชคดีสุดๆ! เพราะขั้นตอนการเข้าประเทศญี่ปุ่นในตอนนี้สะดวกง่ายดายกว่าเมื่อก่อนมาก

เราจะไม่ต้องคอยสลับใช้หลายแอปฯให้วุ่นวาย และไม่ต้องกังวลกับสิ่งที่เรียกว่า “quarantine codes” (ระบบลงทะเบียนกักกันโรค) อีกต่อไป ต่อจากนี้เราจะมาอัปเดตข้อมูลล่าสุดที่ควรรู้เกี่ยวกับระบบการเข้าประเทศแบบดิจิทัลของญี่ปุ่น

ครบจบทุกขั้นตอนใน QR code เดียว ด้วยระบบลงทะเบียนปี 2026

 

QR Code ด่านตรวจคนเข้าเมืองแบบดิจิทัลที่แสดงบนหน้าจอมือถือในระบบ Visit Japan Web
QR Code สำหรับลงทะเบียนตรวจคนเข้าเมืองในระบบ Visit Japan (via KKday Supplier)

เมื่อต้องการเข้าประเทศญี่ปุ่นในปี 2026 ทุกคนจะไม่ต้องแยก QR code สำหรับด่านตรวจคนเข้าเมือง (Immigration) และด่านศุลกากร (Customs) ในขั้นตอนลงทะเบียนอีกต่อไป เพราะตั้งแต่ช่วงต้นปี 2024 เป็นต้นมา ประเทศญี่ปุ่นได้รวมทุกอย่างไว้ใน QR code เดียว

เพียงกรอกข้อมูลครั้งเดียว คุณก็จะได้รับ QR code ที่รวมข้อมูลของคุณมาในโค้ดเดียว และสามารถใช้ QR code ดังกล่าวสแกนและบันทึกลายนิ้วมือที่เครื่อง “Joint Kiosk” ได้ทันที จากนั้นก็นำ QR code ไปสแกนที่ด่านศุลกากรต่อได้อีก เรียกได้ว่า QR code จากเว็บไซต์ Visit Japan เป็นเสมือนบัตรวีไอพีที่ช่วยให้คุณออกจากสนามบินได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น

บอกลา MySOS แล้วใช้ Visit Japan Web ได้เลย!

หากคุณเคยอ่านบทความท่องเที่ยวเก่าๆตั้งแต่ปี 2022 คุณอาจจะเห็นว่ามีการแนะนำให้ใช้แอปพลิเคชันที่ชื่อว่า “MySOS” แต่ตอนนี้เราไม่จำเป็นต้องใช้แอปฯนี้อีกแล้ว

  • สิ่งที่เปลี่ยนแปลง: ประเทศญี่ปุ่นประกาศให้นักท่องเที่ยวใช้งานระบบ Visit Japan แทนแอปฯ MySOS ตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา
  • ข้อแนะนำ: คุณไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Visit Japan Web เพราะระบบ VJW เป็นบริการผ่านเว็บไซต์ สามารถบันทึกลิงก์ไว้ในโทรศัพท์ได้โดยตรง อีกวิธีที่สะดวกคือแคปฯหน้าจอ QR code ที่ลงทะเบียนครั้งล่าสุดเก็บไว้ในมือถือก่อนขึ้นเครื่องบิน

ในปี 2026 สามารถใช้ Visit Japan Web ได้ที่สนามบินไหนบ้าง?

ใช้ Joint Kiosk ที่สนามบินฮาเนดะ เพื่อผ่านขั้นตอนเข้าประเทศได้สะดวกขึ้น (via KKday Supplier)

ปัจจุบันระบบลงทะเบียนดิจิทัลของ Visit Japan สามารถใช้งานได้ที่สนามบินหลักเกือบทุกแห่งในญี่ปุ่น เมื่อคุณเดินทางถึงสนามบินตามลิสต์ดังต่อไปนี้ คุณสามารถใช้งาน VJW ได้อย่างสะดวก

ภูมิภาค/เมือง สนามบินที่รองรับ VJW
โตเกียว สนามบินนาริตะ (NRT) & สนามบินฮาเนดะ (HND)
โอซาก้า สนามบินคันไซ (KIX)
นาโกย่า สนามบินชูบุเซ็นแทรร์ (NGO)
ฮอกไกโด สนามบินนิวชิโตเสะ (CTS)
คิวชู สนามบินฟุกุโอกะ (FUK)
โอกินาว่า สนามบินนาฮะ (OKA)

อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงของระบบลงทะเบียนเข้าประเทศญี่ปุ่นที่หลายๆคนชื่นชอบคือ เราไม่จำเป็นต้องให้ร้านค้าซีลสินค้าบางประเภทด้วยถุงพลาสติกแบบเดิมอีกต่อไป เช่น เครื่องสำอาง เราจึงสามารถเปิดใช้สินค้าที่ซื้อในญี่ปุ่นได้ทันที

คู่มือใช้งาน Visit Japan Web สำหรับปี 2026

หน้าจอลงทะเบียน Visit Japan Web แสดงขั้นตอนการสร้างบัญชีและกำหนดรหัสผ่าน (via KKday Supplier)

ขั้นตอนที่ 1 : สร้างบัญชีและเข้าสู่ระบบ

– เริ่มต้นด้วยการเข้าเว็บไซต์ Visit Japan Web

– อย่าลืมตรวจสอบให้แน่ใจด้วยนะคะว่าเป็นเว็บไซต์จริง เพราะปัจจุบันมีเว็บไซต์ปลอมจำนวนไม่น้อยที่ออกแบบให้ดูคล้ายเว็บไซต์ VJW เพื่อที่จะเก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน ดังนั้น URL ที่ถูกต้องจึงควรลงท้ายด้วย .go.jp เท่านั้น

– ดังนั้นเมื่อสมัครใช้งาน Visit Japan Web คุณจึงต้องใช้อีเมลเป็น ID สำหรับเข้าสู่ระบบ ส่วนรหัสผ่านต้องมีความยาวอย่างน้อย 10 ตัวอักษร และต้องประกอบด้วยตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ ตัวอักษรพิมพ์เล็ก ตัวเลข และสัญลักษณ์อย่างน้อย 1 ตัว จากนั้นระบบเว็บไซต์จะส่งรหัสยืนยัน 6 หลักไปที่อีเมลของคุณ เพื่อใช้ยืนยันตัวตนและดำเนินการสมัครให้เสร็จสมบูรณ์

ขั้นตอนที่ 2 : กรอกข้อมูลส่วนตัว (สแกนพาสปอร์ตได้เลย)

– เมื่อเข้าสู่ระบบเว็บไซต์ Visit Japan ได้แล้ว ให้คลิกที่เมนู “Your details” (รายละเอียดผู้เดินทาง)

– ณ ขณะนี้คุณสามารถใช้กล้องโทรศัพท์สแกนพาสปอร์ตได้แล้ว ข้อมูลสำคัญอย่างชื่อ วัน, เดือน, ปีเกิด และหมายเลขพาสปอร์ตจะถูกดึงเข้าระบบโดยอัตโนมัติ ช่วยให้กรอกข้อมูลได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

– จากนั้นระบบจะถามคุณว่า “ต้องการใช้ QR code สำหรับซื้อสินค้าปลอดภาษีหรือไม่” เราขอแนะนำให้เลือก “ใช่” เพราะจะช่วยให้คุณช็อปปิ้งสินค้าปลอดภาษีระหว่างทริปนี้ได้สะดวกขึ้นมาก

– หากคุณเดินทางพร้อมเด็กหรือผู้สูงอายุที่ไม่สะดวกใช้โทรศัพท์ด้วยตนเอง คุณสามารถเพิ่มข้อมูลของทุกๆคนได้ในหัวข้อ “Details of family members traveling with you” (เพิ่มสมาชิกครอบครัว) โดยสามารถเพิ่มได้สูงสุด 10 คน

นักเดินทางกำลังลงทะเบียนพาสปอร์ตผ่านเว็บไซต์ Visit Japan (via KKday Supplier)

ขั้นตอนที่ 3 : ลงทะเบียนข้อมูลการเดินทางของคุณ (ขั้นตอนการตั้งชื่อทริป)

– จากนั้นคลิกไปที่ “Register new planned entry/return” (ลงทะเบียนแผนการเดินทาง)

– ในส่วนของการตั้งชื่อแผนการเดินทาง (Trip Name) คุณสามารถตั้งชื่อทริปแบบใดก็ได้ให้จำได้ง่ายตามที่คุณต้องการ เช่น “Tokyo 2026” หรือ “Cherry Blossom Trip”

– ระบบจะขอข้อมูลที่พักของคุณ รวมถึงที่อยู่โรงแรมและหมายเลขโทรศัพท์

ข้อแนะนำ : แนะนำให้เปิดหน้าการจองโรงแรมค้างไว้อีกแท็บหนึ่ง เพื่อให้คุณสามารถคัดลอกรหัสไปรษณีย์ภาษาญี่ปุ่นมาใส่ได้อย่างสะดวก เพราะโดยทั่วไปเมื่อกรอกรหัสไปรษณีย์แล้ว ระบบจะเติมข้อมูลส่วนที่เหลือของที่อยู่ให้โดยอัตโนมัติ

ขั้นตอนที่ 4 : กรอกข้อมูลศุลกากรและด่านตรวจคนเข้าเมือง โดยใช้ QR code เดียว

– ตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นมา ญี่ปุ่นได้รวมแบบฟอร์มศุลกากรและตรวจคนเข้าเมืองไว้ใน QR code เดียว คุณเพียงแค่ต้องกรอกข้อมูลเกี่ยวกับเที่ยวบินของคุณ รวมถึงกรอกข้อมูลว่ามีการนำสิ่งของต้องสำแดงเข้าประเทศญี่ปุ่นด้วยหรือไม่ เช่น ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์หรือเงินสดมูลค่าเกิน 1 ล้านเยน)

– เมื่อกรอกข้อมูลเสร็จและกด “ยืนยัน” ระบบจะสร้าง QR code เดียวให้คุณ ซึ่งเป็นเสมือนบัตรวีไอพีสำหรับใช้ในขั้นตอนการเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นต่อไป

ฟีเจอร์เสริมของ Visit Japan Web ที่ควรรู้ในปี 2026

1. ใช้ประกันการเดินทางได้ทันทีเมื่อเดินทางมาถึงญี่ปุ่น

หากคุณลืมซื้อประกันก่อนขึ้นเครื่องก็ไม่ต้องกังวลไป! ตอนนี้ทุกคนสามารถซื้อประกันการเดินทางในต่างประเทศ (Overseas Travel Insurance) ผ่านเว็บไซต์ Visit Japan ได้โดยตรงหลังจากเดินทางมาถึงญี่ปุ่น

เพียงคลิกที่เมนู “Purchase Overseas Travel Insurance” (ซื้อประกันเดินทางต่างประเทศ) ในหน้าโฮมของ Visit Japan จากนั้นก็ทำตามขั้นตอนที่ระบบแนะนำได้เลย

เหตุผลที่ฟีเจอร์นี้สำคัญต่อการเดินทางไปญี่ปุ่นในปี 2026 คือ ประเทศญี่ปุ่นเข้มงวดมากขึ้นเรื่องประวัติค่ารักษาพยาบาลที่ค้างชำระ หากคุณมีบิลค่ารักษาที่ยังไม่ชำระจากการเดินทางครั้งก่อน แม้จะเป็นจำนวนไม่มาก เช่น ไม่เกิน 10,000 เยน คุณก็ยังมีโอกาสถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศอยู่ดี

ดังนั้นการมีประกันเดินทางที่รองรับการรักษาแบบ “cashless” หรือ “ไม่ต้องสำรองจ่ายล่วงหน้า” จึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้คุณเดินทางไปญี่ปุ่นได้อย่างอุ่นใจมากยิ่งขึ้น

2. การแจ้งเตือนภัยพิบัติและข้อมูลด้านความปลอดภัยแบบเรียลไทม์

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่สวยงามน่าเที่ยวไม่ว่าช่วงเวลาใดก็ตาม แต่ก็เป็นจุดหมายปลายทางที่เสี่ยงต่อการเกิดภัยธรรมชาติเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินไหว พายุไต้ฝุ่น หรือสถานการณ์ฉุกเฉินอื่นๆ ดังนั้นในปี 2026 ระบบเว็บไซต์ VJW จึงมีฟีเจอร์แจ้งเตือนเรื่องภัยธรรมชาติและให้ข้อมูลด้านความปลอดภัยด้วยค่ะ

คุณสามารถเช็กการแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์จากหน้าจอแดชบอร์ดได้โดยตรง นอกจากนี้ระบบเว็บยังเชื่อมกับคู่มือด้านความปลอดภัยจากแหล่งข้อมูลทางการด้วย เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินคุณจึงรู้ได้ทันทีว่าควรทำอย่างไร และควรไปที่ไหน หากได้รับสัญญาณแจ้งเตือนภัยพิบัติในระหว่างการเดินทาง

รวมเคล็ดลับการใช้งาน Visit Japan Web สำหรับปี 2026

หากลงทะเบียน Visit Japan Web แล้ว เรายังต้องกรอกแบบฟอร์มกระดาษอีกหรือไม่? วิธีไหนเร็วกว่า?

ไม่จำเป็นต้องกรอกอีก แค่เลือกลงทะเบียนด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งก็พอแล้ว แม้ว่าในช่วงแรกผู้โดยสารทุกคนจะต้องเข้าแถวรอสแกนลายนิ้วมือเหมือนกัน แต่ในขั้นตอนสุดท้ายของด่านศุลกากร คนที่มี QR code จากการลงทะเบียนผ่าน Visit Japan Web จะผ่านขั้นตอนนี้ไปได้ไวมาก โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นมา สนามบินหลักหลายๆแห่งเริ่มนำเครื่อง “Joint Kiosks” มาใช้ ทำให้การลงทะเบียนแบบดิจิทัลเป็นทางเลือกที่สะดวกกว่าสำหรับหลายๆคน

ในปี 2026 ยังต้องใช้แอปฯ MySOS อยู่ไหม?

ไม่ต้องใช้ เพราะแอปพลิเคชัน MySOS ถูกระงับการใช้งานไปตั้งแต่ปี 2022 ปัจจุบัน Visit Japan Web คือแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างเป็นทางการเพียงระบบเดียวที่คุณต้องใช้ในการเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น

เรายังต้องกรอกแบบฟอร์มด้านสุขภาพหรือกักตัวป้องกันโรคระบาดอยู่หรือไม่?

สำหรับปี 2026 ผู้เดินทางไม่จำเป็นต้องกรอกแบบฟอร์มรับรองด้านสุขภาพอีกต่อไป เนื่องจากญี่ปุ่นได้ยกเลิกข้อกำหนดเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพและเอกสารยืนยันการฉีดวัคซีนตั้งแต่เดือนเมษายน 2023 เป็นต้นมา ดังนั้นสิ่งที่คุณจะต้องโฟกัสสำหรับการลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ Visit Japan ในตอนนี้จึงมีเพียงการผ่านด่าน ต.ม. (Immigration) และการผ่านด่านศุลกากร (Customs) เท่านั้น

ควรลงทะเบียน Visit Japan ล่วงหน้านานแค่ไหน?

คุณสามารถลงทะเบียน Visit Japan ล่วงหน้าก่อนออกเดินทางได้หลายเดือน แต่ QR code ขั้นสุดท้ายควรกรอกและดำเนินการให้เสร็จสิ้นอย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนเครื่องบินลงจอดที่ประเทศญี่ปุ่น หรืออย่างน้อย 24 ชั่วโมงล่วงหน้าหากคุณเดินทางเข้าญี่ปุ่นด้วยเรือสำราญ แต่ขอแนะนำว่าเพื่อความสะดวก เราไม่ควรรอลงทะเบียนอย่างกระชั้นชิดกับวันขึ้นเครื่องบิน แต่ควรลงทะเบียนให้เรียบร้อยอย่างต่ำสัก 2-3 วันก่อนออกเดินทางจะดีที่สุด

เคยใช้ VJW มาก่อนแล้ว สำหรับทริปญี่ปุ่นปี 2026 ต้องกรอกใหม่อีกไหม?

ต้องกรอกใหม่อีกครั้ง แต่จะใช้เวลาน้อยลงมาก เพราะข้อมูลส่วนตัวของคุณ เช่น ชื่อและข้อมูลพาสปอร์ต จะยังถูกบันทึกอยู่ในระบบบัญชีเดิม สิ่งที่ต้องทำเพิ่มเติมคือสร้าง “New Planned Entry” สำหรับทริปใหม่ เพื่ออัปเดตข้อมูลเที่ยวบิน โรงแรม และรายละเอียดการเดินทางครั้งล่าสุดให้ถูกต้อง

ประวัติย่อของกฎการเดินทางเข้าญี่ปุ่น

ภายในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา กฎการเดินทางเข้าญี่ปุ่นมีการเปลี่ยนแปลงหลายครั้ง โดยเฉพาะช่วงหลังสถานการณ์โควิดที่ญี่ปุ่นค่อยๆปรับเปลี่ยนข้อจำกัดด้านสาธารณสุข รวมไปถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น

ต่อจากนี้เราจะมาสรุปลำดับเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงของ “กฎการเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น” ด้วยตารางที่อธิบายให้เห็นภาพอย่างชัดเจนค่ะ

วันที่ การเปลี่ยนแปลง
มกราคม 2026 TPE Pre-Clearance: เป็นระบบสแกนลายนิ้วมือและถ่ายภาพบุคคลล่วงหน้าที่ใช้สำหรับผู้ที่เดินทางจากสนามบินเถาหยวน (Taoyuan Airport) ไปยังเมืองบางแห่งของญี่ปุ่น ซึ่งช่วยให้ขั้นตอนในสนามบินปลายทางรวดเร็วขึ้น
เมษายน 2025 เริ่มใช้งาน Joint Kiosks : สนามบินฮาเนดะ สนามบินนาริตะ และสนามบินคันไซได้เริ่มนำเครื่องคีออสที่รวมขั้นตอนผ่านด่าน ตม. และด่านศุลกากรในที่เดียวมาใช้งาน การเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นจึงสะดวกรวดเร็วขึ้นอย่างมาก
มกราคม 2024 รวม QR code เป็นหนึ่งเดียว : Visit Japan Web ปรับระบบอย่างเป็นทางการ โดยรวม QR code สำหรับการเข้าประเทศทั้ง 2 ส่วนไว้ในโค้ดเดียวกัน เพื่อลดความซับซ้อนของขั้นตอนการเข้าประเทศญี่ปุ่น
พฤษภาคม 2023 ยกเลิกข้อกำหนดด้านการตรวจสุขภาพ : ญี่ปุ่นยุติข้อบังคับเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนโควิด-19 และการตรวจ PCR สำหรับผู้ที่เดินทางเข้าประเทศทั้งหมด
มีนาคม 2023 ประกาศให้การสวมหน้ากากอนามัยเป็นทางเลือกส่วนบุคคล : รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศให้การสวมหน้ากากในที่สาธารณะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแต่ละบุคคล
ตุลาคม 2022 ญี่ปุ่นเปิดประเทศเต็มรูปแบบ : ญี่ปุ่นอนุญาตให้นักท่องเที่ยวหลายชนชาติเดินทางเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า เช่น ไทย ไต้หวัน ฮ่องกง และสิงคโปร์ ทำให้เทรนด์การท่องเที่ยวด้วยตัวเองกลับมาฮิตอีกครั้ง
มิถุนายน 2022 ยุคของกรุ๊ปทัวร์ : ญี่ปุ่นเริ่มเปิดประเทศสำหรับนักท่องเที่ยวประเภทกรุ๊ปทัวร์ขนาดเล็กที่มีไกด์นำเที่ยว
พฤษภาคม 2022 ระบบแบ่งกลุ่มประเทศด้วยสีตามความเสี่ยงเรื่องโรคระบาด : ญี่ปุ่นจัดกลุ่มประเทศเป็นโซนสีน้ำเงิน สีเหลือง และสีแดง ตามระดับความเสี่ยงด้านสาธารณสุขในขณะนั้น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น ปี 2026

หากต้องการเดินทางไปญี่ปุ่นในปี 2026 เรายังต้องใช้แอป Visit Japan อยู่หรือไม่?

ในปี 2026 ประเทศญี่ปุ่นไม่ได้บังคับให้นักท่องเที่ยวต้องดาวน์โหลด “แอปพลิเคชัน Visit Japan” อีกต่อไป ระบบลงทะเบียนได้ถูกรวมศูนย์มาอยู่บนแพลตฟอร์ม “Visit Japan Web” ซึ่งออกแบบมาเพื่อแทนที่การกรอกเอกสารกระดาษทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองหรือศุลกากร นักเดินทางจึงสามารถดำเนินการทุกอย่างล่วงหน้าได้ผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งช่วยให้ขั้นตอนการเข้าประเทศญี่ปุ่นสะดวกรวดเร็ว และลดความยุ่งยากได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

ควรใช้ Visit Japan Web หรือไม่?

แนะนำอย่างมากว่าควรลงทะเบียนใน Visit Japan Web ก่อนเดินทางไปญี่ปุ่นในปี 2026 แม้ว่า VJW จะไม่ได้เป็นกฎข้อบังคับ แต่การลงทะเบียนข้อมูลไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้คุณสามารถใช้ช่องทาง Fast Track ที่สนามบินได้ ซึ่งช่วยประหยัดเวลาต่อคิวทั้งด่านตรวจคนเข้าเมืองและด่านศุลกากรได้เยอะมาก

สำหรับนักเดินทางที่ต้องการความสะดวกสบาย การเตรียมลงทะเบียนเข้าประเทศไว้ล่วงหน้าถือเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้การเดินทางครั้งนี้ราบรื่นตั้งแต่เริ่มต้นทริปค่ะ

Visit Japan Web ควรทำล่วงหน้ากี่วัน?

คุณสามารถลงทะเบียนข้อมูลการเดินทางบน Visit Japan Web ล่วงหน้าได้ทันทีที่แผนการเดินทางของคุณถูกกำหนดไว้แน่นอนแล้ว โดยทั่วไปนักท่องเที่ยวมักจะกรอกข้อมูลก่อนเดินทางประมาณ 2-3 วัน แต่หากเตรียมตัวให้เสร็จเร็วกว่านั้นก็จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเผชิญปัญหาในนาทีสุดท้ายได้เช่นกัน การเตรียม QR code ผ่านด่าน ตม. และด่านศุลกากรไว้ตั้งแต่ก่อนถึงวันเดินทางจะช่วยให้คุณผ่านขั้นตอนต่างๆที่สนามบินในญี่ปุ่นได้อย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว

ญี่ปุ่นมีแบบฟอร์มใบ ตม. แบบออนไลน์หรือไม่?

ปัจจุบันญี่ปุ่นมีระบบกรอกใบ ตม. แบบออนไลน์ที่เว็บไซต์ Visit Japan Web ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกนอกเหนือจากการกรอกแบบฟอร์มกระดาษที่แจกบนเครื่องบิน นักท่องเที่ยวสามารถกรอกข้อมูลไว้ล่วงหน้าและรับ QR code เพื่อนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ตม. ได้ทันที วิธีนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ขั้นตอนการเข้าเมืองที่สนามบินสะดวกขึ้น แต่ยังช่วยลดความผิดพลาดจากการกรอกข้อมูล และทำให้ประสบการณ์การเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นในปี 2026 ราบรื่นมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

เตรียมสิ่งจำเป็นสำหรับทริปญี่ปุ่นปี 2026 ไว้ให้พร้อม

อย่ารอจนกว่าจะถึงสนามบินแล้วค่อยเตรียมตัว! การวางแผนไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้คุณเดินทางได้สะดวกราบรื่นยิ่งกว่าเดิม แถมยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง จนอาจเหลืองบไว้ไปอิ่มอร่อยกับราเมงได้อีกชามด้วยนะ!

จองสิ่งสำคัญสำหรับการใช้งานเครื่อง “Joint Kiosk” ล่วงหน้าไว้ให้พร้อม ทั้ง eSIM สำหรับใช้งานทันทีเมื่อไปถึงสนามบินญี่ปุ่น รวมถึงบัตรรถไฟสำหรับเดินทางจากสนามบินเข้าเมือง เช่น รถไฟ Haruka หรือ N’EX เพื่อคุณสามารถเดินทางเข้าตัวเมืองได้แบบ Fast-Track ตั้งแต่วันแรกที่ไปถึงญี่ปุ่น!

【โปรลด 50%】eSIM ญี่ปุ่น ดาต้าไม่จํากัด
4.1
500K+ จองแล้ว

ตั๋วรถไฟ HARUKA Express สนามบินคันไซไปเกียวโต/โอซาก้า/นารา
4.8
400K+ จองแล้ว

จองตั๋วเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตไว้ให้พร้อม! ปี 2026 เป็นอีกปีที่ญี่ปุ่นมีนักท่องเที่ยวมากเป็นพิเศษ บัตรเข้าสถานที่ยอดนิยมอย่าง Shibuya SKY, teamLab และ Warner Bros. Studio Tour Tokyo – The Making of Harry Potter อาจถูกจองเต็มอย่างรวดเร็ว แนะนำให้วางแผนท่องเที่ยวและจองตั๋วล่วงหน้าไว้ก่อนค่ะ เพื่อให้ไม่พลาดประสบการณ์ความสนุกที่อาจเกิดขึ้นแค่ครั้งเดียวในรอบปีที่คุณไปญี่ปุ่น

บัตรเข้าจุดชมวิว SHIBUYA SKY | โตเกียว ญี่ปุ่น
4.7
300K+ จองแล้ว

บัตรเข้าชม Warner Bros. Studio Tour Tokyo - The Making of Harry Potter | ญี่ปุ่น
4.8
90K+ จองแล้ว

บทความแนะนำ

บทความแนะนำวิธีท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่คุณไม่ควรพลาด!