อยากเดินทางเที่ยวญี่ปุ่นแบบมือโปรใช่ไหมล่ะ? ไม่ว่าจะไปเมืองไหน แต่หากไป เที่ยวญี่ปุ่น บัตร IC Card ก็ต้องเข้าแล้ว! หากพกบัตร IC Card ติดตัวไว้ อุ่นใจในทริปเที่ยวญี่ปุ่นแน่นอน การได้รู้จักบัตร IC Card สุดล้ำเหล่านี้จะช่วยให้นักท่องเที่ยวขึ้นขนส่งสาธารณะอย่างรถไฟญี่ปุ่นได้อย่างราบรื่น แถมยังสามารถใช้จ่ายแบบไม่ใช้เงินสดได้อีกด้วย
แล้วเราจะไปหา บัตร IC Card ได้จากที่ไหนล่ะ? แล้วบัตรมีวิธีใช้ยังไง? บอกเลยว่าไม่ต้องกังวลใดๆเลย เพราะ KKday พร้อมจะช่วยให้ทริปเที่ยวโตเกียว เที่ยวโอซาก้าของทุกคนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นในครั้งนี้สะดวกง่ายดายยิ่งขึ้น ด้วยคำตอบที่ทุกคนสงสัยเกี่ยวกับ “บัตร IC Card” และวิธีท่องเที่ยวญี่ปุ่นแบบเซียนๆอีกด้วย มาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับบัตร IC Card ด้วยกันได้เลย
บัตร IC Card คืออะไร ? ช่วยในการ เที่ยวญี่ปุ่น อย่างไร?
IC ย่อมาจาก “Integrated Circuit” หรือ วงจรรวม นั่นก็หมายความว่าบัตร IC Card ใบนี้เต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยให้ทุกคนเดินทางเที่ยวญี่ปุ่นได้สะดวกมากขึ้น หรือสรุปง่ายๆก็คือ บัตร IC Card เป็นบัตรที่ใช้ชำระค่าใช้จ่ายในการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ การขึ้นรถไฟญี่ปุ่น และการจับจ่ายแบบไร้เงินสดในทริปเที่ยวญี่ปุ่น ซึ่งช่วยให้การเดินทางไปไหนมาไหนในญี่ปุ่นสะดวกมากขึ้นนั่นเอง
นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวญี่ปุ่นทุกคนสามารถเติมเงินเข้าบัตร IC Card และแตะบัตรบนเครื่องอ่านบัตรเพื่อจองตั๋วรถไฟญี่ปุ่น รถเมล์ญี่ปุ่น หรือแม้กระทั่งรถแท็กซี่ก็สามารถจ่ายด้วยบัตรชนิดนี้ได้ ด้วยบัตร IC Card เราจึงสามารถท่องเที่ยวโอซาก้าหรือโตเกียวได้หนำใจ เพียงซื้อบัตรและเติมเงินตามร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ หรือเครื่องกดน้ำ ก็รับบัตร IC Card ไปใช้ได้เลย ไม่จำเป็นต้องควักเงินสดในกระเป๋าหรือคิดมากเรื่องเงินทอนระหว่างเที่ยวญี่ปุ่นอีกต่อไป
บัตร IC Card ที่ดีที่สุด คือ บัตรอะไร?
บัตร IC Card ในประเทศญี่ปุ่นนั้นมีหลายแบบ แต่โดยทั่วไปแล้ว IC Card สามารถใช้แทนกันได้ ทุกคนสามารถใช้บัตร IC Card จ่ายเงินโดยไม่ต้องคำนึงถึงยี่ห้อบัตรหรือภูมิภาคใดๆ ทั้งนี้ บัตร IC card บางชนิดก็มีคุณสมบัติและสิทธิประโยชน์ในการใช้งานที่แตกต่างกันไป จึงนับว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งค่ะ
บัตร IC Card ตัวท็อปที่ควรลองใช้เมื่อ เที่ยวญี่ปุ่น
1. บัตร IC Card ซุยกะ ( SUICA )

บัตร IC Card ที่ชื่อ SUICA (ซุยกะ) นั้นเป็นที่นิยมและรู้จักกันกว้างขวางที่สุดในประเทศญี่ปุ่น เรียกได้ว่าถ้าใครมาเที่ยวญี่ปุ่นจะไม่ลองใช้บัตร IC Card ใบนี้ไม่ได้เด็ดขาด เพราะบัตร SUICA สามารถใช้กับระบบเส้นทางรถไฟญี่ปุ่นในโซนตะวันออก ซับเวย์สายโตเกียว และรถเมล์ญี่ปุ่นเมืองใหญ่ๆได้เยอะแยะไปหมด แถมยังมีแอปพลิเคชันที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นทุกคนสามารถจัดการกับเงินในบัญชีและประวัติการใช้งานได้อย่างสะดวกสบายอีกด้วย
เดินทางทั่วโตเกียวได้สะดวกสุดๆ ด้วยบัตรรถไฟใต้ดินโตเกียว (Tokyo Metro Pass) ที่ซื้อได้สะดวกผ่านแพลตฟอร์ม KKday โดยมีแพ็กเกจบัตรให้เลือกทั้งแบบ 24 ชั่วโมง, 48 ชั่วโมง และ 72 ชั่วโมง คุณสามารถนำ QR code ไปสแกนเพื่อรับบัตรจริงได้ทันทีเมื่อไปถึงโตเกียว
ซื้อบัตรรถไฟ Tokyo Wide Pass เพื่อเดินทางในโตเกียวได้ง่ายๆที่แพลตฟอร์ม KKday คุณจะได้รับ e-ticket ที่สามารถนำไปแลกบัตรจริงได้อย่างสะดวก ณ วันเดินทาง
เดินทางในโตเกียวยังไงให้สะดวกยิ่งขึ้น? มาหาคำตอบได้ในบทความนี้ : แนะนำ 5 เคล็ดลับการเดินทางในโตเกียว ที่จะทำให้คุณเที่ยวได้สนุกมากยิ่งขึ้น! : บัตรรถไฟใต้ดินโตเกียว , Japan Rail Pass และอื่นๆ
2. บัตร IC Card พาสโม ( PASMO )
บัตร IC Card PASMO ( พาสโม ) เป็นบัตรที่คล้ายกับ IC Card ซุยกะ (SUICA) ทั้งนี้บัตร PASMO เองยังสามารถใช้ได้กับรถไฟญี่ปุ่น รถไฟใต้ดิน และรถประจำทางส่วนใหญ่ในกรุงโตเกียว รวมถึงพื้นที่โดยรอบได้อีกด้วย เรียกได้ว่าตัวบัตร PASMO นั้นเป็นบัตร IC Card ที่ครบครัน และตอบโจทย์การเดินทางท่องเที่ยวโตเกียวได้ดีสุดๆ แถมยังมีส่วนลดให้ผู้ใช้มากมายเลยด้วย
จองบัตรเข้าโตเกียวดิสนีย์รีสอร์ตได้ง่ายๆที่แพลตฟอร์ม KKday! ด้วยช่องทางนี้คุณสามารถนำ QR code ที่ได้จากการจองไปแสดงหน้าทางเข้าสวนสนุกเพื่อลดเวลาการต่อคิว และสนุกไปกับเครื่องเล่นในโตเกียวดิสนีย์แลนด์หรือโตเกียวดิสนีย์ซีได้เลย!
3. บัตร IC Card อิโคกะ ( ICOCA )

บัตร IC Card อิโคกะ ( ICOCA ) เป็นบัตรที่มีจุดประสงค์หลักๆคือใช้สำหรับเดินทางในภูมิภาคคันไซ บัตรอิโคกะนั้นเหมาะกับการซื้อไว้ใช้ท่องเที่ยวโอซาก้า เกียวโต นารา และเที่ยวญี่ปุ่นในเมืองอื่นๆ ยิ่งไปกว่านั้น บัตร IC Card แบบนี้ยังสามารถใช้กับรถประจำทางและรถไฟในโซนอื่นๆของประเทศญี่ปุ่นได้อีกด้วย ตัวบัตร IC Card เองก็มีการออกแบบที่น่ารักน่าเอ็นดู มีสีสันถูกใจเหล่านักท่องเที่ยวแน่นอน เพราะมีรูปน้องเพนกวินน่ารักๆอยู่บนบัตร ICOCA ค่ะ
ขึ้นรถไฟและรถบัสในโอซาก้าได้ไม่จำกัด พร้อมเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวกว่า 40 แห่งในโอซาก้าได้ฟรี! เพียงจองตั๋ว Osaka Amazing Pass แบบ 1 หรือ 2 วันที่แพลตฟอร์ม KKday พร้อมรับส่วนลดสุดพิเศษ
4. บัตร IC Card คิตะกะ ( KITACA )
หากคุณมีแพลนจะไปเที่ยวฮอกไกโด นอกเหนือจากเที่ยวโตเกียวและโอซาก้าแล้วล่ะก็ บัตร IC Card คิตะกะ (KITACA) นับว่าเป็นตัวเลือกที่ดีสุดๆสำหรับทริปเที่ยวญี่ปุ่นของคุณเลยทีเดียว บัตร IC Card ชนิดนี้สามารถใช้ขึ้นรถไฟญี่ปุ่น รถไฟใต้ดิน และรถเมล์ในซัปโปโร รวมถึงย่านอื่นๆของญี่ปุ่นได้ด้วย ที่สำคัญคือบัตร IC Card คิตะกะ (KITACA) มักจะมีโปรโมชั่นลดราคาสำหรับการใช้จ่ายในท้องถิ่นด้วยนะ
5. บัตร IC Card ซุโกคะ ( SUGOCA )

สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีแพลนเที่ยวญี่ปุ่นโดยเน้นเดินทางในภูมิภาค คิวชู บอกเลยว่า บัตร IC Card ซุโกคะ ( SUGOCA ) ถือเป็นตัวเลือกที่ดีเลยทีเดียว เพราะบัตร IC Card ซุโกคะ (SUGOCA) สามารถใช้บนรถไฟญี่ปุ่น รถไฟใต้ดิน และรถเมล์ในฟุกุโอกะ คุมาโมโตะ โออิตะ และโซนอื่นๆของคิวชูได้ แถมยังมีส่วนลดพิเศษให้ผู้ใช้อีกมากมาย
รับส่วนลดสุดพิเศษสำหรับบัตรเที่ยวชม “ฟุกุโอกะทาวเวอร์” สัญลักษณ์ประจำจังหวัดฟุกุโอกะได้ทันที เมื่อจองบัตรผ่านแพลตฟอร์ม KKday ใครมีแพลนไปเที่ยวฟุกุโอกะห้ามพลาดเลย!
6. บัตร IC Card โทอิคะ ( TOICA )
บัตร IC Card โทอิคะ ( TOICA ) ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกบัตรเติมเงินที่เป็นที่นิยมในภูมิภาคคันโต เพราะบัตร IC Card โทอิคะ (TOICA) สามารถใช้ได้กับรถไฟราง รถไฟใต้ดิน และรถเมล์ทั้งในเมืองและรอบๆเมืองนาโกย่า หรือแม้กระทั่งรถเมล์บางสายในโตเกียว แถมยังเพิ่มเติมความสะดวกสบายไปอีกขั้นกับการเติมเงินออนไลน์เข้าบัตร ที่ใครๆก็ยกนิ้วให้เลยว่าใช้งานได้อย่างสะดวกสุดๆ
เดินทางจากสนามบินคันไซ (KIX) สู่เกียวโตหรือโอซาก้าได้สะดวกรวดเร็ว ด้วยบัตรรถไฟ Kansai Airport Express Haruka ที่จองได้ง่ายๆผ่านแพลตฟอร์ม KKday โดยมีแพ็กเกจให้เลือกพร้อมสิทธิพิเศษที่มาพร้อมกับบัตร เช่น สิทธิเลือกซื้อบัตรบันเดิลอื่นๆ, ฟรีซิมการ์ด 4G ญี่ปุ่น
สามารถใช้บัตร IC Card ได้ที่ไหน ?
ในประเทศญี่ปุ่น บัตร IC card ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการท่องเที่ยวญี่ปุ่นเท่านั้น แต่บัตรชนิดนี้ยังเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางอีกด้วย นักท่องเที่ยวยังสามารถใช้ IC Card ได้ในพื้นที่และกิจกรรมต่างๆ จากตัวเลือกขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุมทั่วถึง และพาไปในสถานที่ที่คุณไม่เคยลองไปได้อีกด้วย
- รถไฟใต้ดิน, รถไฟญี่ปุ่น และรถเมล์ : บัตร IC Card สามารถใช้ได้ตามสายรถไฟและรถเมล์ส่วนใหญ่ในประเทศญี่ปุ่น รวมไปถึงรถราง, รถไฟส่วนตัว, และรถไฟญี่ปุ่นสายท้องถิ่น และรถไฟใต้ดินในตัวเมืองสำคัญๆ สำหรับท่องเที่ยวโตเกียว เที่ยวโอซาก้า เที่ยวเกียวโต และเมืองอื่นๆ
- รถแท็กซี่ : สำหรับแท็กซี่บางสายในประเทศญี่ปุ่นก็รับบัตร IC Card เช่นกัน แค่อาจจะไม่ได้ถูกใช้อย่างแพร่หลายเท่ากับการเดินทางประเภทอื่นๆ
- ร้านสะดวกซื้อและตู้สะดวกซื้อ : ตามที่กล่าวข้างต้น ร้านสะดวกซื้อและตู้หยอดเหรียญมากมายในญี่ปุ่นก็รับชำระเงินด้วยบัตร IC Card เหมือนกัน นับว่าสะดวกสุดๆเมื่อนักท่องเที่ยวต้องการซื้ออะไรบางอย่างแต่ไม่มีเงินสดติดกระเป๋า บัตร IC Card ถือว่าช่วยได้เยอะเลยทีเดียว
- สวนสนุกและสถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่น : สวนสนุกและสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งก็รับบัตร IC Card สำหรับการเข้าไปยังสถานที่ต่างๆและการจับจ่ายอื่นๆเช่นกัน แหล่งท่องเที่ยวญี่ปุ่นชื่อดังอย่าง โตเกียวดิสนีย์แลนด์, Universal Studios Japan และซานริโอ พูโรแลนด์ ที่ไม่ว่าใครจัดทริปเที่ยวญี่ปุ่นก็ต้องห้ามพลาดสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้เลยทีเดียว
ซื้อบัตร IC Card ได้ที่ไหน

การหาซื้อบัตร IC Card ในทริปเที่ยวญี่ปุ่นเป็นเรื่องไม่ยากเลยแม้แต่น้อย นักท่องเที่ยวทุกคนสามารถซื้อบัตรได้ที่สนามบิน, สถานีรถไฟญี่ปุ่น, ร้านสะดวกซื้อ, ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว และตู้หยอดเหรียญทั่วทั้งญี่ปุ่น เพียงแค่ใช้เงินสดหรือบัตรเครดิตในการซื้อบัตร IC Card และเติมเงินเข้าบัตร IC Card ตามที่ต้องการได้เลย
บัตร IC Card จะมีค่ามัดจำเล็กน้อยตามปกติของบัตรสำหรับท่องเที่ยวทั่วไป โดยปกติแล้วค่ามัดจำบัตร IC Card จะอยู่ที่ 500 เยน เราสามารถรับเงินมัดจำส่วนนี้คืนได้เมื่อนำบัตร IC Card ไปคืน โดยต้องมียอดเงินเริ่มต้นที่ 2,000 เยน แต่ก็คุ้มสุดๆแล้วกับการใช้เดินทางและจับจ่ายในเวลาไม่กี่วันของทริปเที่ยวญี่ปุ่น เพราะหากทำบัตร IC Card หายก็ถือว่ารู้สึกไม่แย่มากนักกับจำนวนเงินที่เสียไป
เดินทางทั่วโตเกียวได้สะดวกสุดๆ ด้วยบัตรรถไฟใต้ดินโตเกียว (Tokyo Metro Pass) ที่ซื้อได้สะดวกผ่านแพลตฟอร์ม KKday โดยมีแพ็กเกจบัตรให้เลือกทั้งแบบ 24 ชั่วโมง, 48 ชั่วโมง และ 72 ชั่วโมง คุณสามารถนำ QR code ไปสแกนเพื่อรับบัตรจริงได้ทันทีเมื่อไปถึงโตเกียว
บัตร IC Card / JR Pass / Japan Rail Point-to-Point Ticket ต่างกันยังไง ?

หลายๆคนอาจจะสับสนว่าบัตร IC Card, JR Pass และ Japan Rail Point-to-Point Ticket แตกต่างกันยังไง ก่อนอื่นเลยต้องอธิบายก่อนว่าบัตรทั้งสามแบบนี้ใช้สำหรับเดินทางในญี่ปุ่นเหมือนกัน แต่จุดประสงค์ในการใช้งานนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เราจะมาอธิบายความแตกต่างของบัตรทั้งสามชนิดนี้ให้ทุกคนเข้าใจกันค่ะ
- บัตร IC Card : IC Card เป็นบัตรที่ใช้เติมเงินเพื่อการใช้จ่ายที่สะดวกในญี่ปุ่น โดยสามารถใช้ขึ้นรถไฟ รถบัส แท็กซี่ หรือขนส่งสาธารณะอื่นๆได้ หรือใช้จ่ายเงินซื้อของในร้านสะดวกซื้อหรือตู้ขายเครื่องดื่มและอาหารที่ญี่ปุ่นก็ได้เช่นกัน และเราสามารถขอคืนเงินในบัตร IC Card ได้ตามข้อกำหนดการใช้งาน ทั้งนี้ บัตร IC Card ไม่ได้ช่วยลดค่าใช้จ่ายเหมือนพาสเดินทางอย่าง JR Pass หรือพาสชนิดอื่นๆ เป็นเพียงบัตรเติมเงินเพื่อความสะดวกในการเดินทางเท่านั้น
- บัตร JR Pass : บัตร JR Pass คือพาสท่องเที่ยวสำหรับใช้ขึ้นรถไฟ JR ในญี่ปุ่น เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเดินทางข้ามเมืองหลายๆเมืองในประเทศญี่ปุ่น และเดินทางเป็นระยะเวลานานหลายวัน บัตร JR Pass จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางลงได้มาก บัตรชนิดนี้สามารถซื้อได้เฉพาะนักท่องเที่ยวที่อาศัยอยู่นอกประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น
- บัตร Japan Rail Point-to-Point Ticket : Japan Rail Point-to-Point คือตั๋วรถไฟที่ใช้เดินทางจากสถานที่หนึ่งไปยังอีกสถานที่หนึ่งในญี่ปุ่น โดยเป็นการเดินทางเที่ยวเดียว ซึ่งแตกต่างจาก JR Pass ที่ใช้ขึ้นรถไฟหลายสายได้โดยไม่จำกัดจำนวนเที่ยว ตั๋วรถไฟชนิดนี้เหมาะสำหรับคนที่วางแผนเที่ยวโซนใดโซนหนึ่งอย่างเฉพาะเจาะจง ไม่ได้ต้องการขึ้นรถไฟหลายสายหรือเดินทางไปยังหลากหลายเส้นทาง
ทั้งนี้ แพลตฟอร์ม KKday มีส่วนลดสุดพิเศษสำหรับจองตั๋ว Japan Rail Point-to-Point มามอบให้กับทุกคน นอกจากจะได้ซื้อตั๋วรถไฟในราคาแสนคุ้มค่าแล้ว การจองผ่าน KKday ยังเป็นวิธีการจองตั๋วรถไฟที่สะดวกง่ายดายสุดๆอีกด้วย!
ตั๋วรถไฟ Point-to-Point Pass เปิดให้จองได้แล้ววันนี้ที่ KKday เตรียมออกเดินทางไปพบประสบการณ์ใหม่ๆที่ญี่ปุ่นกันได้ที่นี่เลย! >> จองตั๋วรถไฟ Point-to-Point กับ KKday
- ทำความรู้จักกับตั๋วรถไฟ Point-to-Point Ticket ให้มากขึ้นได้ในบทความนี้เลย! : รวมทุกข้อมูลน่ารู้ของตั๋วรถไฟ Japan Rail Point-To-Point Pass เพื่อการเดินทางอย่างคุ้มค่าในญี่ปุ่น!
- หากสงสัยว่าตั๋วรถไฟ Point-to-Point ต่างจาก JR Pass ยังไง สามารถหาคำตอบโดยละเอียดได้ที่บทความนี้ : ความแตกต่างระหว่าง JR Pass และ Point-To-Point Ticket คืออะไร? ก่อนไปญี่ปุ่นมารู้จักกับตั๋วรถไฟสองชนิดนี้กัน!
- อ่านรีวิวการจองตั๋วรถไฟ Japan Rail Point-to-Point ด้วยแพลตฟอร์ม KKday ได้ที่นี่ : จองตั๋วรถไฟ Japan Rail Point-to-point Ticket ได้ง่ายๆด้วยฟีเจอร์ใหม่จาก KKday
เติมเงินเข้าบัตร IC Card ยังไง?
การเติมเงินบัตร IC Card สำหรับทริปเที่ยวญี่ปุ่นถือว่าเป็นเรื่องหมูๆ เพราะนอกจากจะทำได้ง่ายดายแล้ว การเติมเงินยังสามารถทำได้หลายวิธีอีกด้วย เริ่มจากวิธีสุดเบสิคคือเติมเงินตรงเครื่องขายตั๋วที่พบได้ในสถานีรถไฟญี่ปุ่นและสถานีรถไฟใต้ดิน เราเพียงแค่ต้องสอดบัตร IC Card เข้าไป แล้วเลือกจำนวนเงินที่ต้องการเติม ปิดท้ายด้วยการจ่ายค่าบัตรด้วยเงินสดหรือบัตรเครดิต ก็เลือกได้ตามความสะดวก
นอกจากนี้ ร้านสะดวกซื้อหลายแห่งก็มีตู้เติมเงินซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเติมเงินเข้าบัตร IC Card ได้ด้วยตนเอง เพียงแค่มองหาป้ายที่เขียนว่า “チャージ” (Charge) หรือขอความช่วยเหลือจากพนักงานก็ได้เช่นกัน
บัตร IC Card บางประเภท อย่าง ซุอิคะ (Suica) และ พาสโม (Pasmo) จะยิ่งสะดวกสบายกว่าบัตรอื่นๆด้วย เพราะสามารถเติมเงินออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือหรือเว็บไซต์ได้ ช่วยให้ไร้ความกังวลใจในทริปเที่ยวญี่ปุ่นได้เยอะเลยทีเดียว
เช็กลิสต์สำคัญก่อนบินไปเที่ยวญี่ปุ่น
จำไว้เสมอว่า พกบัตร IC Card ไว้ อุ่นใจกว่าแน่นอน เพราะบัตรเติมเงินนี้แทบจะรวบรวมตัวช่วยสำคัญในการท่องเที่ยวญี่ปุ่นไว้ในบัตรใบเดียว พร้อมอำนวยความสะดวกในการเดินทางระหว่างท่องเที่ยวญี่ปุ่นในทุกย่างก้าว
แต่ยังไม่หมดเพียงเท่านี้! เพื่อที่จะทำให้การผจญภัยของทริปเที่ยวญี่ปุ่นของทุกคนราบรื่นยิ่งขึ้น ก็ต้องมั่นใจได้ว่ามือถือเรามีสัญญาณอินเทอร์เน็ตจากพ็อกเก็ต Wi-fi หรือซิมการ์ดเชื่อมต่อเอาไว้ เพื่อให้ใช้งานได้อย่างลื่นปรื๋อและมั่นใจในการเดินทางยิ่งกว่าเดิม เพราะเตรียมความพร้อมในการเดินทางไว้แล้ว รวมถึงบัตรรถไฟต่างๆทั้ง JR Pass, ตั๋วรถไฟ Japan Rail Point-to-Point Ticket เพื่อการเดินทางข้ามประเทศที่ไม่ยุ่งยาก ซึ่งด้วยสิ่งเหล่านี้เอง ทุกคนจะได้รับประสบการณ์การท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่สนุกไม่รู้ลืม
ค้นหาและจองบัตรสำหรับเดินทางท่องเที่ยวญี่ปุ่นเพิ่มเติมได้ที่ KKday!
หากเดินทางในโตเกียวและในพื้นที่อื่นๆของญี่ปุ่นนาน 7 วันขึ้นไป บัตร “All Japan JR Pass” เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่จะทำให้การเดินทางของคุณสะดวกยิ่งขึ้น คุณสามารถซื้อบัตร All Japan JR Pass ได้สะดวกง่ายดายที่แพลตฟอร์ม KKday โดยมีให้เลือกทั้งบัตรแบบ 7 วัน, 14 วัน หรือ 21 วัน รวมถึงมีบริการส่งไปรษณีย์มายังประเทศไทยด้วย
จองตั๋วรถไฟ JR East Pass ได้ง่ายๆที่แพลตฟอร์ม KKday ซึ่งใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย เพียงนำ QR code ไปสแกนที่สถานีก็สามารถออกเดินทางได้ทันที
เดินทางจากสนามบินนาริตะไปยังอุเอโนะ/นิปโปริได้ง่ายๆ ด้วยการจองบัตรรถไฟ Keisei Skyliner ผ่านแพลตฟอร์ม KKday ซึ่งมีแพ็กเกจให้เลือกทั้งตั๋วแบบเที่ยวเดียวและแพ็กเกจตั๋วพร้อม eSIM อินเทอร์เน็ต 4G ของญี่ปุ่น
ซื้อบัตรรถไฟ JR Pass (JR West Kansai Area) เพื่อท่องเที่ยวในภูมิภาคคันไซได้อย่างไม่จำกัด เพียงจองเวาเชอร์อิเล็กทรอนิกส์ (eMCO Voucher) ผ่านแพลตฟอร์ม KKday ซึ่งสามารถเลือกได้บัตรแบบ 1, 2, 3, และ 4 วัน
บทความที่เกี่ยวข้อง
รวมทุกข้อมูลน่ารู้ของตั๋วรถไฟ Japan Rail Point-To-Point Pass เพื่อการเดินทางอย่างคุ้มค่าในญี่ปุ่น!
รวมทุกเรื่องน่ารู้ก่อนตะลุยเที่ยว โตเกียวดิสนีย์แลนด์ ( Tokyo Disneyland )





