ข้อมูลสินค้านี้แปลโดยระบบอัตโนมัติและอาจให้ข้อมูลที่ยังไม่สมบูรณ์ โปรดพิจารณาก่อนทำการสั่งซื้อ หรือติดต่อแผนกลูกค้าสัมพันธ์หากมีคำถามเพิ่มเติม
8.00 น. - เราออกเดินทางจากภุพเนศวร จุดหมายแรกของเราคือเดาลี สถานที่แห่งนี้เป็นสมรภูมิรบโบราณที่เกิดขึ้นเมื่อ 260 ปีก่อนคริสตกาล จักรพรรดิอโศกมหาราชแห่งราชวงศ์เมารยะทรงได้รับชัยชนะในสงคราม แต่เมื่อทรงเห็นการนองเลือดก็ทรงเปลี่ยนพระทัย พระองค์ทรงเป็นผู้เผยแพร่สันติภาพและมีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่พระพุทธศาสนาในอินเดีย เราจะได้ชมพระราชดำรัสของอโศกที่สลักไว้บนหินด้วยอักษรพราห์มีโบราณและภาษาปรากฤต
ประติมากรรมรูปช้างที่แกะสลักจากหินนี้เป็นหนึ่งในประติมากรรมที่เก่าแก่ที่สุดในอินเดีย
อีกหนึ่งสถานที่สำคัญของเดาลีคือ เจดีย์สันติ หรือเจดีย์แห่งสันติภาพ โครงสร้างปัจจุบันสร้างขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างอินเดียและญี่ปุ่นในปี 1972 โดยสมาคมพุทธศาสนาแห่งญี่ปุ่นและสมาคมพุทธศาสนาแห่งกาลิงคะนิพพาน
ต่อไปในการเที่ยวชมเมืองภุพเนศวร เราจะเดินทางไปยังโคนาร์กเพื่อสัมผัสกับหนึ่งในผลงานชิ้นเอกทางสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอินเดีย วิหารแห่งนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 โดยพระเจ้านรสิงหเทวะ ออกแบบเป็นรูปทรงของรถม้าขนาดมหึมาที่มีม้าเจ็ดตัวและล้อสิบสองล้อ บรรทุกเทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์ สุริยะ ข้ามสวรรค์ วิหารสุริยะเป็นที่รู้จักในชื่อ 'เจดีย์ดำ' ในหมู่กะลาสีชาวยุโรปยุคแรกๆ ที่เดินทางไปยังตะวันออก
ส่วนที่น่าสนใจที่สุดของสถาปัตยกรรมนี้อยู่ที่ล้อของรถม้า ล้อทั้งสิบสองคู่ที่อยู่ตรงฐานของวิหารไม่ใช่ล้อธรรมดา พวกมันทำหน้าที่เป็นนาฬิกาแดดและบอกเวลา!
ถ้ำขันฑาคิรีและอุทัยคิรีเป็นที่พำนักหรือกุฏิของนักบวชศาสนาเชนโบราณ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 2 ก่อนคริสต์ศักราช ในรัชสมัยของพระเจ้าคาราเวลาแห่งอาณาจักรกาลิงคะ ด้านบนสุดยังมีวัดเชนในศตวรรษที่ 18 อีกด้วย
วัดราชา รานี เป็นวัดที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 11 จากหินทรายสีแดงและเหลือง วัสดุนี้เรียกว่า ราชา รานี ในภาษาถิ่น จึงเป็นที่มาของชื่อวัด วัดนี้มีชื่อเสียงในด้านประติมากรรมรูปสตรีที่เป็นเอกลักษณ์ โดยมีรูปสตรีในท่าทางต่างๆ ทั้งการรำโอริสซี ซึ่งเป็นนาฏศิลป์พื้นเมือง และในชีวิตประจำวัน
18:30 น. – ส่งกลับโรงแรมที่เมืองภุพเนศวร