| เวลาทำกิจกรรม | เช้า |
| วิธีการเดินทาง | เดินทางไปด้วยตัวเอง |
| ประเภทประสบการณ์ | เวิร์กช็อป DIY |
| จำนวนผู้เข้าร่วมขั้นต่ำ | 8 นักท่องเที่ยว |
| ประเภทงานศิลปะดอกไม้ | การทำต้นบอนไซ |
กรุณานำบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุมาเพื่อยืนยันตัวตนในวันงาน
โปรดตรวจสอบอีเมลหรือข้อความของคุณเพื่อยืนยันจากซัพพลายเออร์
กรุณามาถึงจุดนัดพบอย่างน้อย 15-30 นาทีก่อนเวลาเริ่มตามกำหนดการ หากมาสายจะถือว่าไม่มาตามนัด
กำหนดการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากสภาพอากาศหรือสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด โปรดตรวจสอบข้อความของคุณหรือเว็บไซต์ของผู้ให้บริการเพื่อรับการแจ้งเตือนล่าสุด
หากคุณวางแผนที่จะนำรถเข็นเด็ก รถเข็นคนพิการ หรืออุปกรณ์ขนาดใหญ่มาด้วย โปรดแจ้งให้ซัพพลายเออร์ทราบล่วงหน้า
จะไม่มีการคืนเงินสำหรับผู้ที่ไม่มาแสดงตัวหรือมาสาย
เครื่องลิ่ว (Koual) เป็นเครื่องดนตรีพื้นเมืองที่สำคัญของชาวไท้หย่า ไม่เพียงแต่ใช้ในการบรรเลงเพลง แต่ยังเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดอารมณ์ ความคิดถึง และการเกี้ยวพาราสี เสียงของมันเชื่อว่าสามารถสื่อสารกับบรรพบุรุษ และมีบทบาทสำคัญในพิธีกรรม งานแต่งงาน หรือชีวิตประจำวัน ถือเป็นสัญลักษณ์ทางจิตวิญญาณที่ขาดไม่ได้ในวัฒนธรรมไท้หย่า สะท้อนถึงความเคารพของชาวเผ่าต่อธรรมชาติและชีวิต
เครื่องลิ่ว (Koual) ของชาวไท้หย่าประกอบด้วยตัวเครื่องและลิ้นเครื่องเป็นหลัก ตัวเครื่องมักทำจากไม้ไผ่ที่มีรอยบากอยู่ด้านหน้า ส่วนลิ้นเครื่องมักทำจากแผ่นทองแดงหรือไม้ไผ่ ฝังอยู่ในรอยบากของตัวเครื่อง เมื่อบรรเลง จะมีการดึงลิ้นเครื่องให้สั่นสะเทือนเกิดเป็นเสียง กระบวนการสร้างด้วยตนเองนี้ช่วยให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจหลักการโครงสร้างและงานฝีมือของชาวไท้หย่าได้อย่างลึกซึ้ง สัมผัสถึงแก่นแท้ของภูมิปัญญาดั้งเดิม
การบรรเลงเครื่องลิ่ว (Koual) ของชาวไท้หย่าต้องใช้ตัวเครื่องสอดไว้ในปาก ควบคุมระดับเสียงและโทนเสียงด้วยการสั่นพ้องของช่องปากและการหายใจ พร้อมกับใช้นิ้วดีดหรือดึงลิ้นเครื่อง เทคนิคการบรรเลงที่เป็นเอกลักษณ์นี้สามารถเลียนเสียงนกร้อง เสียงน้ำไหล หรือถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกที่ละเอียดอ่อน สร้างเสียงที่หลากหลายและมีมิติ แสดงให้เห็นถึงการสังเกตธรรมชาติและความคิดสร้างสรรค์ทางศิลปะของชาวไท้หย่า
ผ้าทอพื้นเมืองของชาวไท้หย่าส่วนใหญ่ใช้วัสดุจากเส้นใยป่าน (Ramie) เป็นหลัก โดยต้นป่านจะผ่านกระบวนการต่างๆ เช่น การลอกเปลือก การปั่นเส้นใย จนได้เป็นเส้นด้าย นอกจากนี้ยังใช้สีย้อมจากพืชธรรมชาติ เช่น ลูกยอ (Rubia cordifolia) จีน (Broussonetia papyrifera) ขมิ้น (Curcuma longa) เป็นต้น เพื่อย้อมสีเส้นใย ให้ผ้ามีสีสันที่หลากหลายและลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ แสดงถึงภูมิปัญญาในการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและการเคารพต่อสิ่งแวดล้อม
ในการเดินทางสัมผัสเสียงธรรมชาติและการเก็บพืชในป่าที่หมู่บ้านหลี่หลิง นักท่องเที่ยวสามารถประดิษฐ์กระถางต้นไม้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดยใช้วัสดุธรรมชาติในท้องถิ่น กิจกรรมนี้ผสมผสานศิลปะและระบบนิเวศ ทำให้คุณได้นำพืชที่เก็บเกี่ยวและความคิดสร้างสรรค์มารวมไว้ในผลงานภายใต้การแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ สัมผัสถึงความสวยงามและพลังแห่งชีวิตของธรรมชาติ และนำของที่ระลึกที่ไม่เหมือนใครกลับบ้าน
เมื่อเข้าร่วมกิจกรรมที่หมู่บ้านหลี่หลิง นอกจากการทำเครื่องลิ่ว (Koual) ด้วยตนเองแล้ว คุณยังจะได้เรียนรู้วัฒนธรรมการกินอยู่ของชาวไท้หย่าอย่างลึกซึ้ง ได้ลิ้มลองอาหารพื้นเมือง และสัมผัสบรรยากาศการต้อนรับที่อบอุ่นของชาวบ้าน ผ่านการนำชมและการแลกเปลี่ยน คุณยังจะมีความเข้าใจที่ครอบคลุมเกี่ยวกับวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ภูมิปัญญาแห่งขุนเขา และปรัชญาการอยู่ร่วมกับธรรมชาติของชาวไท้หย่า เปิดบทสนทนาเชิงลึก
งานเลี้ยงน้ำชาในป่าและชายามบ่ายในป่าของหมู่บ้านหลี่หลิง มอบโอกาสให้คุณได้เพลิดเพลินกับช่วงเวลาอันเงียบสงบและผ่อนคลายท่ามกลางผืนป่าอันเขียวชอุ่ม คุณสามารถลิ้มลองของว่างและเครื่องดื่มที่ผสมผสานวัตถุดิบท้องถิ่น พร้อมผ่อนคลายร่างกายและจิตใจไปกับเสียงธรรมชาติ เสียงแมลงและนกร้อง นี่คือประสบการณ์สัมผัสประสาทสัมผัสที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง สัมผัสถึงความอ่อนโยนและจังหวะของผืนดิน เพื่อการเยียวยาทั้งกายและใจ
ในระหว่างการสัมผัสประสบการณ์ที่หมู่บ้านหลี่หลิง คุณจะมีโอกาสได้ลิ้มลองอาหารพื้นเมืองรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวไท้หย่า อาหารเหล่านี้มักปรุงด้วยวัตถุดิบสดใหม่ตามฤดูกาลจากภูเขา ผักป่า และวัตถุดิบเฉพาะของหมู่บ้าน เช่น ซุปไก่มาขากู่ (Ma-ka chicken soup) อาหารที่ปรุงด้วยซังซา (Prickly ash) ข้าวหลาม เป็นต้น เพื่อให้คุณได้สัมผัสวัฒนธรรมการกินอยู่แบบดั้งเดิมและภูมิปัญญาของชาวไท้หย่าผ่านรสชาติ สัมผัสรสชาติต้นตำรับ