ส่วนลดเฉพาะแอป KKday
หน้าสินค้านี้อยู่ระหว่างการปรับปรุง ไม่สามารถแสดงเนื้อหาในภาษาที่คุณเลือกได้อย่างสมบูรณ์
รหัสสินค้า #624440
7
From Cape Town: Half Day Winelands Tour with winetasting|South Africa
From Cape Town: Half Day Winelands Tour with winetasting|South Africa
From Cape Town: Half Day Winelands Tour with winetasting|South Africa
From Cape Town: Half Day Winelands Tour with winetasting|South Africa
From Cape Town: Half Day Winelands Tour with winetasting|South Africa

From Cape Town: Half Day Winelands Tour with winetasting|South Africa


ระยะเวลา:3 ชั่วโมง
ยกเลิกการจองได้ฟรีก่อน 3 วัน
กรุณาแสดง KKday e-voucher เมื่อไปถึงสถานที่

  • Drive through Stellenbosch, South Africa's second oldest town
  • Wine tasting in Stellenbosch area
  • Enjoy beautiful scenery whilst driving through the wine country
  • Sample crisp white and classic French-style red wines
ใช้จ่ายครบ 1,000 บาท รับส่วนลด 100 บาททันที
ยืนยันการจองได้ทันที

ทัวร์ชมวิว

ประเภททัวร์ทัวร์ร่วม
วิธีการเดินทางรับส่งจากโรงแรม
เวลาออกเดินทางออกเดินทางเวลาปกติ (8.00 - 9.00 น.)
ประเภททัวร์ทัวร์พร้อมไกด์นำเที่ยว
บริการและสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติมรวมบริการรับส่ง
ประเภททัวร์ชมวิวทัวร์เดินชมเมือง, ทัวร์สถานที่ทางประวัติศาสตร์
การเดินทางทัวร์รถบัส

ข้อมูลสินค้า

Please kindly recheck the pickup details, meeting point, and session time stated on the voucher for your selected package.

This enchanting excursion begins with an orientation tour through historic Stellenbosch, the second oldest town in South Africa and the historic heart of the country's wine region.

In 1679, Dutch East India Company governor Simon van der Stel recognized the fertility of this long valley on the banks of the Eerste River as perfect for vineyards. The rest is history, which has been carefully cultivated in this town.

A gracious blend of 18th-century Cape Dutch, Georgian, and Victorian buildings is evident as we drive down Dorp Street, where massive Oaks still shade original water furrows, an architectural jewel that serves as the historic heart of the country’s wine region.

Then enjoy a wine tasting session in the Stellenbosch area.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขในการสั่งซื้อ

โปรดทราบ

  • Know Before You Go: Morning Tour starts at 9:00 AM; pickup begins around 8:45 AM

  • Know Before You Go: Afternoon Tour starts at 2:00 PM; pickup begins around 1:30 PM

  • Know Before You Go: Hotel pickup and drop-off in Cape Town city centre , Green Point , Waterfront , Sea Point is included.

  • Know Before You Go: Should your hotel not be on the list , please contact us to check if we can assist with Pick up location.

คำถามที่พบบ่อย

1. เมืองและภูมิภาคสำคัญใดบ้างที่น่าไปสัมผัสในทัวร์ไร่องุ่นเคป (Cape Winelands)

ภูมิภาคไร่องุ่นเคปมีเมืองสำคัญหลายแห่ง โดย Stellenbosch มักจะเป็นไฮไลท์หลักเนื่องจากมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และโรงบ่มไวน์ที่มีชื่อเสียง เมืองสำคัญอื่นๆ ได้แก่ Paarl ซึ่งมีชื่อเสียงด้านทัศนียภาพที่สวยงามและอนุสาวรีย์ภาษาแอฟริคานส์ (Afrikaans Language Monument) และ Franschhoek ซึ่งมีชื่อเสียงด้านมรดกของชาวฝรั่งเศสอูเกอโนต์ (French Huguenot) และแหล่งอาหารรสเลิศ เมืองเหล่านี้เป็นหัวใจหลักของประสบการณ์ไร่องุ่นเคป โดยแต่ละเมืองก็มีเสน่ห์ที่แตกต่างกันไป

2. ภูมิภาคไร่องุ่นเคปมีประสบการณ์และสถานที่ท่องเที่ยวพิเศษอะไรบ้างสำหรับนักท่องเที่ยว

ภูมิภาคไร่องุ่นเคปมีชื่อเสียงด้านแหล่งผลิตไวน์ชั้นเลิศที่มอบโอกาสในการชิมไวน์และเยี่ยมชมห้องเก็บไวน์ โดยเฉพาะในบริเวณ Stellenbosch ซึ่งคุณสามารถลิ้มลองไวน์ขาวรสสดชื่นและไวน์แดงสไตล์ฝรั่งเศสแบบดั้งเดิม นอกจากเรื่องไวน์แล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถเพลิดเพลินกับสถาปัตยกรรมเก่าแก่ในเมืองต่างๆ เช่น Stellenbosch สำรวจไร่องุ่นที่สวยงาม เพลิดเพลินกับประสบการณ์อาหารรสเลิศ และขับรถชมทัศนียภาพอันงดงามของชนบท

3. ประสบการณ์นักท่องเที่ยวใน Stellenbosch เปรียบเทียบกับ Franschhoek ในภูมิภาคไร่องุ่นเคปเป็นอย่างไร

Stellenbosch เป็นเมืองที่เก่าแก่เป็นอันดับสองของแอฟริกาใต้ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์เคปดัตช์ (Cape Dutch) บรรยากาศมหาวิทยาลัยที่มีชีวิตชีวา และแหล่งผลิตไวน์ขนาดใหญ่ที่มีการจัดเก็บไวน์ที่ได้มาตรฐานและมอบประสบการณ์การชิมที่หลากหลาย ในทางกลับกัน Franschhoek มีชื่อเสียงจากมรดกของชาวฝรั่งเศสอูเกอโนต์ที่แข็งแกร่ง ทำให้มีบรรยากาศคล้ายหมู่บ้านยุโรปมากกว่า มักจะเชื่อมโยงกับอาหารเลิศรส โรงบ่มไวน์บูติก และหอศิลป์ มอบประสบการณ์ที่ใกล้ชิดและเน้นด้านอาหารมากขึ้น

4. Stellenbosch มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างไรสำหรับนักท่องเที่ยวในทัวร์ไร่องุ่น

Stellenbosch มีความสำคัญอย่างยิ่งในฐานะเมืองที่เก่าแก่เป็นอันดับสองของแอฟริกาใต้ ก่อตั้งขึ้นในปี 1679 ประวัติศาสตร์อันยาวนานของเมืองสะท้อนให้เห็นในสถาปัตยกรรมสไตล์เคปดัตช์ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีตามถนนที่เรียงรายด้วยต้นโอ๊ก นักท่องเที่ยวในทัวร์ไร่องุ่นสามารถสำรวจอาคารเก่าแก่ พิพิธภัณฑ์ และหอศิลป์ที่บอกเล่าเรื่องราวในอดีตของเมือง ซึ่งช่วยเสริมมิติทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ควบคู่ไปกับการผลิตไวน์ที่มีชื่อเสียง

5. ไวน์ประเภทใดบ้างที่สามารถลิ้มลองได้ระหว่างการชิมไวน์ในบริเวณ Stellenbosch

ระหว่างการชิมไวน์ในบริเวณ Stellenbosch นักท่องเที่ยวสามารถคาดหวังว่าจะได้ลิ้มลองไวน์คุณภาพสูงที่หลากหลาย โดยทั่วไปแล้วรวมถึงไวน์ขาวรสสดชื่น เช่น Chenin Blanc หรือ Sauvignon Blanc ซึ่งเป็นที่รู้จักจากรสชาติที่ทำให้สดชื่น นอกจากนี้ ภูมิภาคนี้ยังเป็นที่รู้จักในเรื่องไวน์แดงสไตล์ฝรั่งเศสแบบดั้งเดิม เช่น Cabernet Sauvignon, Merlot และไวน์เบลนด์ ซึ่งได้รับการยกย่องในเรื่องรสชาติที่เข้มข้นและโครงสร้างที่ยอดเยี่ยม

6. ทิวทัศน์สวยงามแบบใดที่คาดว่าจะได้เห็นเมื่อขับรถผ่านไร่องุ่นเคป

การขับรถผ่านไร่องุ่นเคปจะมอบทิวทัศน์อันน่าทึ่ง นักท่องเที่ยวจะได้เห็นไร่องุ่นเขียวชอุ่มกว้างใหญ่ทอดยาวไปตามเนินเขา มักจะมีฉากหลังเป็นเทือกเขาที่ตระหง่าน เช่น Drakenstein และ Simonsberg ภูมิทัศน์ที่งดงามประดับประดาไปด้วยบ้านไร่สไตล์เคปดัตช์อันมีเสน่ห์และแหล่งผลิตไวน์เก่าแก่ สร้างภาพพาโนรามาที่เหมือนโปสการ์ด ซึ่งสะท้อนถึงแก่นแท้ของภูมิภาคผลิตไวน์อันงดงามของแอฟริกาใต้

7. โดยทั่วไปจะใช้เวลาสำรวจ Stellenbosch นานเท่าใดในทัวร์ไร่องุ่นครึ่งวัน

ในทัวร์ไร่องุ่นครึ่งวันที่เน้น Stellenbosch เวลาที่ใช้สำรวจเมืองจะถูกจัดโครงสร้างให้ครอบคลุมสถานที่ท่องเที่ยวหลักอย่างมีประสิทธิภาพ โดยทั่วไปจะรวมถึงการขับรถชมถนนเก่าแก่ การเยี่ยมชมแหล่งผลิตไวน์ชั้นนำเพื่อการชิม และอาจมีโอกาสสั้นๆ ในการซึมซับบรรยากาศของเมือง ทัวร์นี้ออกแบบมาเพื่อให้ภาพรวมที่ครอบคลุมภายในกรอบเวลาครึ่งวัน เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นประสบการณ์ที่เน้นและเพลิดเพลิน

8. ช่วงเวลาใดของปีที่เหมาะที่สุดในการเยี่ยมชมไร่องุ่นเคปเพื่อชิมไวน์และขับรถชมวิว

ไร่องุ่นเคปมอบประสบการณ์ที่น่ารื่นรมย์ตลอดทั้งปี แต่ฤดูใบไม้ผลิ (กันยายนถึงพฤศจิกายน) และฤดูใบไม้ร่วง (มีนาคมถึงพฤษภาคม) มักจะถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการมาเยือน ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ไร่องุ่นจะเขียวชอุ่มสดใส และอากาศอบอุ่นสบาย ฤดูใบไม้ร่วงจะนำสีสันที่สวยงามมาให้เมื่อใบไม้เปลี่ยนสี ควบคู่ไปกับความตื่นเต้นของฤดูเก็บเกี่ยว ซึ่งมอบสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์แบบสำหรับการชิมไวน์และการขับรถชมทิวทัศน์ที่สวยงามทั่วทั้งภูมิภาค

รับความช่วยเหลือ

ศูนย์ช่วยเหลือ KKday